กองทุนแนะนำ
• เรามองว่า เหตุการณ์ในอิหร่านยังเป็น Event Risk สำคัญต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น โดยสถิติในอดีตชี้ว่า ราคาน้ำมันมักพุ่งแรงในช่วง 2 สัปดาห์แรก ของสงคราม ก่อนจะเริ่มค่อย ๆ ลดความร้อนแรงลง ขณะที่ ตลาดหุ้นมักอ่อนตัวในช่วง 2–3 สัปดาห์แรก จากความกังวลเรื่องสงคราม เงินเฟ้อ และราคาพลังงาน ก่อนจะเริ่มฟื้นตัวหรือ Stabilize ได้ หากสถานการณ์ไม่ลุกลามมากกว่าที่ตลาดกังวล
• ภายใต้กรณีฐาน เราให้น้ำหนักราว 60% ว่าสถานการณ์มีโอกาสคลี่คลายภายใน 4–5 สัปดาห์ ซึ่งสอดคล้องกับสถิติในอดีต หากเป็นไปตามนี้ ราคาน้ำมันที่พุ่งเหนือ USD100/บาร์เรล มีโอกาสทยอยลดลงสู่ USD80–85/บาร์เรล ทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ และอาจเปิดทางให้ Fed ลดดอกเบี้ยได้ราว 25-50 bps ในปี 2026
• อย่างไรก็ดี หากความขัดแย้งยืดเยื้อเกิน 5 สัปดาห์ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกผ่าน ต้นทุนพลังงานที่สูง และเงินเฟ้อที่เร่งขึ้น ซึ่งอาจทำให้ Fed ชะลอการผ่อนคลายนโยบาย และเพิ่มความเสี่ยงต่อ Stagflation อย่างมีนัยสำคัญ
• สำหรับ กลยุทธ์การลงทุน LH Fund มองว่า
1. Core Portfolio การกระจายการลงทุนทั้งในมิติของสินทรัพย์และภูมิภาค ยังคงเป็นหัวใจของการบริหารพอร์ต โดยแนะนำ ลงทุนในหุ้น Global Equity เพื่อลดความเสี่ยงเฉพาะประเทศ และจัดสรรบางส่วนไปยัง Global Investment Grade Bond เพื่อช่วยเสริมเสถียรภาพและลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวม


2. Satellite Portfolio
2.1 เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นในธีม AI จากความแข็งแกร่งของกำไรบริษัทจดทะเบียน และบทบาทของ AI ที่กำลังก้าวขึ้นเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจโลกในอนาคต อย่างไรก็ดี กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือ Selective Strategy โดยเน้นคัดเลือกหุ้นคุณภาพใน AI Ecosystem และใช้จังหวะ Buy on Dip ในหุ้นขนาดใหญ่ที่ปรับฐานลง แต่พื้นฐานธุรกิจและแนวโน้มกำไรยังแข็งแกร่ง
2.2 เรามองว่าธีม Space Economy และ Defense ยังมีความน่าสนใจจากแรงหนุนทั้งจากงบประมาณภาครัฐที่เพิ่มขึ้น ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ซึ่งช่วยสนับสนุนคำสั่งซื้อ
2.3 กลุ่ม Emerging Market / หุ้น Value นอกสหรัฐฯ ยังคงน่าสนใจในระยะยาว แต่อาจเผชิญความผันผวนในระยะสั้นเนื่องจากหลายประเทศในกลุ่มนี้มีสถานะเป็นผู้นำเข้าน้ำมัน ซึ่งได้รับผลกระทบมากหากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น


พอร์ตเสริมเพิ่มโอกาสและกระจายการลงทุนสู่ธีมเด่นและภูมิภาคที่มีศักยภาพทั่วโลก ผ่าน 3 สไตล์ การลงทุน
Contrarian Strategy
คัดเลือกธีมการลงทุนที่ตลาดยังให้น้ำหนักไม่มาก หรือยังไม่ได้สะท้อนมูลค่า โดยมองหาโอกาสจากปัจจัยพื้นฐาน หรือ catalyst ที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าในอนาคต
LHCYBER
ลงทุนในหุ้นกลุ่ม Cybersecurity เพื่อรับโอกาสการเติบโตของโลกดิจิทัล จากความต้องการปกป้องข้อมูลที่เพิ่มขึ้นในยุค AI
แรงกดดันจากความกังวลต่อ AI Software และการกระจุกตัวของเม็ดเงินใน Big Tech/AI Infrastructure ทำให้ดัชนี Indxx Cybersecurity NTR Index ปรับลง YTD -15.29% อย่างไรก็ดี ภัยคุกคามไซเบอร์ที่ซับซ้อนขึ้นจาก AI ยังคงหนุนความต้องการด้าน Cybersecurity ต่อเนื่อง ทำให้ ธีมนี้น่าสนใจในเชิง Contrarian Strategy Conviction
เราแนะนำ กองทุน LHCYBER ซึ่งลงทุนในกองทุนหลัก First Trust Nasdaq Cybersecurity UCITS ETF เพื่อเข้าถึงธีมที่มีความจำเป็นสูงและมีง และยังมีโอกาสฟื้นตัวได้ดีในระยะถัดไป
กอง Master First Trust Nasdaq Cybersecurity UCITS ETF
แนวรับแรก 38.54 USD แนวรับถัดไป 37.82 USD | แนวต้านแรก 43.00 USD แนวต้านถัดไป 43.84 USD
(หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับแรก 38.54 USD จะมี Expected return ประมาณ +8.8% ถึง +10.9%)
LHCOPPER
ลงทุนในหุ้นเหมืองทองแดง เพื่อรับอานิสงส์จากการเติบโตเชิงโครงสร้างของอุปสงค์ทองแดง
หุ้นกลุ่มเหมืองทองแดงถูกกดดันในระยะสั้นจากแรงขายสินทรัพย์ Commodity ท่ามกลางความกังวลสงครามอิหร่าน โดย COPX ETF ปรับตัวลงกว่า -23% และล่าสุดอ่อนตัวลงมาบริเวณเส้น Moving Average 100 วัน แต่แรงขายดังกล่าวอาจสะท้อน Sentiment เชิงลบเกินกว่าปัจจัยพื้นฐาน ขณะที่อุปสงค์ทองแดงยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากแรงหนุนใน Electrification, Urbanization, การลงทุนโครงข่ายไฟฟ้า (Grid) และ AI ซึ่งล้วนใช้ทองแดงเป็นวัตถุดิบหลัก ทำให้ ธีมนี้น่าสนใจในเชิง Contrarian Strategy Conviction
เราแนะนำ กองทุน LHCOPPER ซึ่งลงทุนในกองทุนหลัก Global X Copper Miners ETF (COPX) เพื่อรับโอกาสจาก Upside ในระยะข้างหน้า
กอง Master Global X Copper Miners ETF (COPX)แนวรับ 68.41 และ 65.98 USD | แนวต้านแรก 85.00 และ 92.03 USD(หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับแรก 68.41 USD จะมี Expected Return ประมาณ +24.25% ถึง +34.53%)
Momentum Strategy
คัดเลือกธีมการลงทุนที่อยู่ในช่วงการเติบโตเร่งตัว และได้รับแรงหนุนจากแนวโน้ม หรือปัจจัยบวกที่ชัดเจน เพื่อสร้างโอกาสจากทิศทางขาขึ้นของธีมในระยะกลาง
LHSPACE
กองทุนอวกาศกองแรกของประเทศไทยลงทุนในกองทุนธีมเศรษฐกิจอวกาศ ครอบคลุมธุรกิจทั้ง Value Chain
อุตสาหกรรมอวกาศเริ่มเห็นการใช้งานเชิงพาณิชย์จริงมากขึ้น ขณะที่ หลายบริษัทตลอดห่วงโซ่คุณค่ามี Backlog เร่งตัวและ Earnings Visibility ชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ การทยอยรับรู้สัญญาภาครัฐจากงบประมาณด้านกลาโหมที่เพิ่มขึ้น ยังเป็นอีกแรงหนุนสำคัญ ทำให้ ธีมนี้น่าสนใจในเชิง Momentum Strategy Conviction
เราแนะนำ กองทุน LHSPACE ซึ่งลงทุนในกองทุนหลัก Neuberger Berman Next Generation Space Economy Fund สำหรับผู้ที่ต้องการจับโอกาสจากการเติบโตที่กำลังเร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
อ้างอิงจาก ARK Space & Defense Innovation ETF (ARKX)* แนวรับ 29.80 และ 28.90 USD | แนวต้านถัดไปที่ 34.17 และ 35.50 USD (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับแรก 29.80 USD จะมี Expected Return ประมาณ +14.7% ถึง +19.1%)
LHGDEFENSE
ลงทุนในบริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ครอบคลุมสหรัฐฯ ยุโรป และเกาหลีใต้ รับอานิสงส์จากงบกลาโหมโลกที่เพิ่มขึ้นและเทคโนโลยี
อุตสาหกรรมกลาโหมกำลังเข้าสู่รอบคำสั่งซื้อเร่งตัว หลังงบประมาณด้านกลาโหมเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่ Backlog ของผู้ผลิตอาวุธและระบบป้องกันประเทศรายใหญ่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ ธีมนี้น่าสนใจในเชิง Momentum Strategy Conviction
เราแนะนำ กองทุน LHGDEFENSE ซึ่งเป็นกองทุน Fund of Funds ลงทุนในกองทุน Global X Defense Tech ETF (SHLD) (70%), Select STOXX Europe Aerospace & Defense ETF (EUAD) (15%) PLUS Korea Defense Industry Index ETF (KDEF) (15%) เพื่อรับโอกาสจาก Momentum เชิงบวกของอุตสาหกรรมกลาโหมโลก
กอง Master Global X Defense Tech ETF (SHLD)แนวรับ: 74.00 และ 71.24 USD | แนวต้าน: 82.00-83.00 USD (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับแรก 74.00 USD จะมี Expected Return ประมาณ +10.8% ถึง +12.2%)
Long-Term Strategy
คัดเลือกธีมที่มีศักยภาพเติบโตเชิงโครงสร้างระยะยาว จากเมกะเทรนด์โลกและความสามารถในการแข่งขันที่ยั่งยืน
LHEME
กองทุนหุ้นตลาดเกิดใหม่ที่ใช้กลยุทธ์ Active Bottom-up ควบคู่กับ Country Allocation มุ่งคัดเลือกหุ้นคุณภาพสูงในประเทศแกนหลักของ EM
ตลาดหุ้นเกิดใหม่กลับมาโดดเด่นจากบทบาทที่เพิ่มขึ้นต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเอเชียที่ได้อานิสงส์จากชนชั้นกลางขยายตัว การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการย้ายฐานการผลิต กองทุนหลักของ Schroders จึงเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึง Secular Growth ของ Emerging Markets โดยมีสัดส่วนลงทุนหลักในเอเชีย 74.7% EMEA 12.8% และ Latin America 4.8% จึงทำให้ ธีมนี้น่าสนใจในเชิง Long-Term Strategy Conviction
เราแนะนำ กองทุน LHEME ซึ่งลงทุนในกองทุนหลัก Schroders ISF Global Emerging Market Opportunities สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าถึงโอกาสการเติบโตเชิงโครงสร้างของ Emerging Markets ในระยะยาว
อ้างอิงจาก iShares MSCI Emerging Markets ETF (EEM)*แนวรับ 55.53 USD แนวรับถัดไป 53.51 USD |แนวต้าน 60.71 USD ทะลุ แนวต้านถัดไป 63.62 USD (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับแรก 55.53 USD จะมี Expected Return ประมาณ +9.3% ถึง +14.6%)
LHAI
ลงทุนในธีม Generative AI ผ่าน Active ETF ที่ที่คัดเลือกบริษัทซึ่งได้อานิสงส์จาก AI และผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานฮาร์ดแวร์รองรับ Big Data
Generative AI กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างสำคัญของเศรษฐกิจโลก จากบทบาทของเครื่องมือและแพลตฟอร์ม AI ที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ของภาคธุรกิจ ขณะเดียวกัน เทคโนโลยี AI ก็ไม่ได้เป็นเพียงกระแสระยะสั้น แต่เริ่มสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจจริงผ่านการลดต้นทุนในหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก จึงทำให้ ธีมนี้ยังน่าสนใจในเชิง Long-Term Strategy Conviction
เราแนะนำ กองทุน LHAI ซึ่งลงทุนในกองทุนหลัก CHAT Generative AI & Technology ETF ซึ่งเป็นการลงทุนลักษณะ Active Management มีการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนตามสถานการณ์ สำหรับผู้ที่ต้องการเปิดรับโอกาสระยะยาวจากเมกะเทรนด์ Generative AI
กอง Master CHAT Generative AI & Technology ETF (CHAT)แนวรับ 62.89 USD และ 61.07 USD | แนวต้าน 66.25 USD แนวต้านถัดไป 69.00 USD (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับแรก 62.89 USD จะมี Expected Return ประมาณ +5.3% ถึง +9.7%)
*การวิเคราะห์ทางเทคนิคจะใช้อ้างอิง ETF ที่มี Correlation ใกล้เคียงกับกองทุนดังกล่าว สำหรับกองทุนที่มีการบริหารเชิงรุก (Active) และไม่ใช่ ETF ข้อมูลแนวรับ แนวต้าน และ expected return เป็นการจัดทำโดยฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์การลงทุนมิได้เป็นการรับประกันผลตอบจากการลงทุนแต่อย่างใด
ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
เนื่องจากกองทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งอาจไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวนผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
ผลการดำเนินงานในอดีต ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

