LAND AND HOUSES FUND MANAGEMENT CO.,LTD

ข่าวสารและกิจกรรม

มุมมองการลงทุน





ตลาดในสัปดาห์ที่ผ่านมา และปัจจัยติดตามสัปดาห์นี้
ตลาดหุ้นทั้งในสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชีย ได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ B.1.1.529 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่มีต้นตอจากแอฟริกาใต้ และมีข่าวว่าพบผู้ติดเชื้อในฮ่องกงแล้ว นอกจากนี้ตลาดหุ้นยังได้รับแรงกดดันหลังรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่ากรรมการหลายท่านมองว่าอาจจะทำ QE Tapering เพิ่มเป็นเดือนละ 30,000 MUSD จากเดิมเดือนละ 15,000 MUSD รวมถึงมีโออกาสปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็น 3 ครั้ง ในปี 2565 ปัจจัยติดตามสัปดาห์นี้ ได้แก่การควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสสายพันธุ์ใหม่ และการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ โดยหากการจ้างงานยังแข็งแกร่ง และไวรัสสายพันธุ์ใหม่ระบาดรุนแรง จะเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นในระยะสั้น

มุมมองการลงทุน
ตลาดหุ้น
ในระยะสั้นได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิดสายพันธุ์ใหม่ และทำให้ตลาดมีการพักตัวลงมา โดยจากการระบาดครั้งก่อนๆ ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ความกังวลจะลดลง นักลงทุนระยะกลางยาวอาจใช้โอกาสที่ตลาดหุ้นปรับตัวลงในการทยอยเข้าลงทุน ส่วนนักลงทุนระยะสั้นพิจารณารอให้ตลาดลดความกังวลลงจึงกลับเข้าลงทุน
โดยแม้ยังคาดว่าในปีหน้าหุ้นกลุ่ม value, cyclical และประเทศที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มกลับมาฟื้นตัว จะมีโอกาสทำผลงานได้ดี แต่ในระยะสั้นจะได้รับผลกระทบหากไวรัสสายพันธุ์ใหม่แพร่กระจายรวดเร็วและผลกระทบรุนแรง แต่คาดว่าจะสามารถควบคุมได้ในที่สุด
หุ้นจีน (offshore)
คาดมีโอกาส bottom out อย่างช้าในช่วงปลายปี แม้จะยังเห็นการติดตามอย่างใกล้ชิดจากภาครัฐแต่มาตรการที่ออกมาจะมีความ negative surprise ลดลง อย่างไรก็ดีหุ้นจีนมีความผันผวนสูง จึงเหมาะกับผู้ลงทุนระยะยาว

หุ้นไทย
กำไรต่อหุ้นจะดีขึ้นในช่วงถัดจากนี้ จากการกลับมาเปิดเศรษฐกิจเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ซึ่งจะทำให้การบริโภค และการเดินทางเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามในระยะสั้นตลาดอาจพักตัวลงหลังมีปัจจัยกดดันเข้ามาเพิ่มเติม
PF&REITs 
คาด REITs เอเชียรวมถึงไทยมี downside risk ค่อนข้างจำกัด จากราคาที่ laggard และการที่จะกลับมาเปิดเศรษฐกิจอัตราเงินปันผลที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับ Global REITs อย่างไรก็ดีในระยะสั้นยังโดนกดดันจากการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ทั้งนี้หากผู้ลงทุนกลัวความเสี่ยงระในระยะสั้นอาจพิจารณาถือเงินสดหรือกองทุนทองคำเพื่อรอเข้าลงทุนในระยะถัดไป


กลยุทธ์การลงทุน และกองทุนที่น่าสนใจ
ในระยะสั้นตลาดมีแนวโน้มกลับมาเป็น risk-off mode จากแรงกดดันของการระบาดของโควิดสายพันธุ์ใหม่ ดังนั้นนักลงทุนระยะสั้นอาจพิจารณากลับเข้าลงทุนเมื่อตลาดลดความกังวลลง สำหรับนักลงทุนระยะกลางยาวพิจารณาใช้โอกาสที่ตลาดหุ้นปรับตัวลงทยอยลงทุน โดยมีกองทุนแนะนำเช่น

LHCYBER (ระดับความเสี่ยง 6 มีความเสี่ยง FX) ลงทุนในกองทุนหลักคือ BUG ETF ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ได้ประโยชน์จากความต้องการด้าน cyber security ที่เพิ่มขึ้น
LHVN ลงทุนอย่าง active ในหุ้นเวียดนามผ่านทั้งการลงทุนใน ETFs และลงทุนหุ้นโดยตรง โดยมุ่งหวังให้ได้ผลตอบแทนเหนือกว่าดัชนีชี้วัดในระยะยาว โดยเศรษฐกิจเวียดนามยังคงเติบโตได้ดีหนุนโดยการบริโภคและการลงทุน

LHGEQ-ASSF, LHGEQ-DSSF (ระดับความเสี่ยง 6 มีความเสี่ยง FX),
LHSMARTDSSF (ระดับความเสี่ยง 6) สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนหุ้นโลกหรือหุ้นไทยพร้อมประหยัดภาษี

ที่มา LHFund 26 พ.ย. 64