LAND AND HOUSES FUND MANAGEMENT CO.,LTD

ข่าวสารและกิจกรรม

กองทุนแนะนำ



"Freeport-McMoRan (FCX) พยัคฆ์ติดปีก! คุมตลาดสหรัฐฯ 70% พร้อมปลดล็อกขุมทรัพย์ Grasberg ยาวถึงปี 2061"

ธุรกิจของ Freeport-McMoRan (FCX) หรือที่นักลงทุนรู้จักกันในชื่อหุ้น FCX ในช่วงปี 2026 นี้ กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ โดยจากเดิมที่บริษัทถูกมองว่าเป็นเพียงผู้ผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไปซึ่งราคามักผันผวนตามวัฏจักรเศรษฐกิจ แต่ในปัจจุบัน "ทองแดง" ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญที่โลกขาดไม่ได้ จากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการขยายตัวของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะในการทำงานของ AI และศูนย์ข้อมูล (Data Centers) จำเป็นต้องมีระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูงที่ต้องการการนำไฟฟ้าและความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูง ส่งผลให้อุปสงค์ทองแดงจากศูนย์ข้อมูลพุ่งสูงขึ้นเป็น 475,000 ตันต่อปีภายในปี 2026 สภาวะนี้ทำให้เกิดการขาดแคลนทองแดงสำเร็จรูป ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้บริษัทเทคโนโลยีต้องพึ่งพา FCX ในฐานะผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่ที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อป้อนวัตถุดิบเข้าสู่ตลาดทองแดงโลก

ความน่าสนใจของธุรกิจ FCX ในตอนนี้คือการก้าวเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า "Copper Supercycle" อย่างเต็มตัว โดยเฉพาะนวัตกรรมการขุดเจาะทองแดง หรือ เทคโนโลยีการสกัดทองแดงด้วยวิธี Leaching ในสหรัฐอเมริกา ที่มีความพิเศษคือมีต้นทุนต่ำกว่า 1 ดอลลาร์ต่อปอนด์ และสามารถเพิ่มผลผลิตได้โดยไม่ต้องเปิดหน้าดินใหม่ โดยมีการคาดการณ์ว่าความขาดแคลนทองแดงในปี 2026 ที่คาดว่าจะขาดดุลถึง 330,000 ตัน เนื่องจากการหยุดชะงักของเหมืองต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งหมายความว่า FCX จะมีอำนาจในการต่อรองราคาสูงมาก โดยทุกๆ 0.10 ดอลลาร์ที่ราคาทองแดงเพิ่มขึ้น จะส่งผลบวกต่อ EBITDA ของบริษัทถึง 400 ล้านดอลลาร์ต่อปี

หากจะอธิบายให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าทำไมสินค้าถึงขาดแคลนและราคาสูงขึ้น เราต้องเข้าใจข้อจำกัดด้านการผลิตที่ซับซ้อนขึ้น โดยเหมืองเก่าแก่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับระดับความเข้มข้นแร่ (Ore Grade) ที่ลดลง ทำให้ต้องขุดในปริมาณที่มากขึ้นเพื่อให้ได้ผลผลิตเท่าเดิม สภาวะนี้ทำให้ปริมาณทองแดงในตลาดโลกเติบโตช้ากว่าความต้องการอย่างมาก แม้จะมีความพยายามเร่งการผลิตเพียงใดก็ตาม ผลที่ตามมาคือราคาทองแดงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดปี 2026 ซึ่งส่งผลบวกโดยตรงต่อกำไรของ FCX ที่คาดการณ์ว่าอาจพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์หากราคาทองแดงแตะระดับ Supercycle

ในแง่ของความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ FCX ได้ตัดสินใจก้าวสำคัญด้วยการสร้างความได้เปรียบในตลาดสหรัฐฯ โดยเป็นผู้ครองส่วนแบ่ง ตลาดทองแดงบริสุทธิ์ถึง 70% ในอเมริกา และได้รับประโยชน์อย่างมากจากนโยบายภาษีนำเข้าที่ทำให้ราคาขายในประเทศ (Premium) สูงกว่าราคาตลาดโลก ในขณะเดียวกันบริษัทก็ได้สร้างความมั่นคงในอินโดนีเซียด้วยการบรรลุข้อตกลงขยายอายุสัมปทานเหมือง Grasberg ไปจนถึงปี 2061 ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่สร้างรายได้มหาศาล การวางห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งทั้งในสหรัฐฯ และการมีแหล่งแร่ระดับโลกที่มั่นคงนี้ ช่วยลดความเสี่ยงทางการเมืองและทำให้ลูกค้าในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเกิดความเชื่อมั่นว่าวัตถุดิบต้นน้ำจะไม่ขาดช่วง

เมื่อมองไปที่ตัวเลขทางการเงิน เราจะเห็นว่า FCX กำลังอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบหลายปี โดยมี Adjusted EBITDA สูงถึงประมาณ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ และรักษาหนี้สินสุทธิให้อยู่ในระดับต่ำเพียง 1.5 - 1.7 พันล้านดอลลาร์ สิ่งนี้ทำให้บริษัทมีเงินทุนเพียงพอที่จะนำไปลงทุนในโครงการขยายกำลังการผลิตระยะยาว เช่น โครงการ Bagdad และ Kucing Liar mine (Indonesia) เพื่อรองรับความต้องการชิปและโครงสร้างพื้นฐาน AI ในอนาคต แม้บริษัทจะต้องใช้เงินลงทุน (CapEx) สูงถึง 4.3 - 4.5 พันล้านดอลลาร์ต่อปี แต่ก็นับเป็นการลงทุนที่จำเป็นเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดที่กำลังเติบโตนี้

ตัวอย่างสินค้าและบทบาทของ Freeport-McMoRan (FCX) ที่อยู่รอบตัวคุณ

 
  • ยานยนต์ไฟฟ้า (EV): รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) ที่คุณเห็นบนท้องถนนต้องใช้ทองแดงเฉลี่ยถึง 53.2 กิโลกรัมต่อคัน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 138% เมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาปภายในแบบเดิม เพื่อใช้ในระบบมอเตอร์และแบตเตอรี่
  • โครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด: พลังงานที่คุณใช้จากกังหันลมหรือแผงโซลาร์เซลล์มีทองแดงของ FCX เป็นส่วนประกอบหลัก โดยระบบเหล่านี้ต้องใช้ทองแดงมากกว่าการผลิตไฟฟ้าแบบเดิมถึง 2.5 ถึง 7 เท่า เพื่อประสิทธิภาพในการนำไฟฟ้า
  • ศูนย์ข้อมูลและเทคโนโลยี AI: ทุกครั้งที่คุณใช้งาน AI หรือระบบคลาวด์ ศูนย์ข้อมูลเบื้องหลังต้องพึ่งพาทองแดงมหาศาลเพื่อใช้ในระบบนำไฟฟ้าและระบายความร้อนสำหรับเครื่องประมวลผลประสิทธิภาพสูง ซึ่งคาดว่าความต้องการในส่วนนี้จะพุ่งสูงถึง 475,000 ตันต่อปี ภายในปี 2026
  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และโครงสร้างพื้นฐานในสหรัฐฯ: ในฐานะผู้ครองส่วนแบ่ง 70% ของตลาดทองแดงบริสุทธิ์ในสหรัฐอเมริกา ทองแดงของ FCX จึงเป็นวัตถุดิบต้นน้ำในสายไฟและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่กระจายตัวอยู่ในอาคารและอุปกรณ์รอบตัวเรา

สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนผ่านกองทุนรวม ปัจจุบันมีกองทุนแนะนำอย่าง LHCOPPER ซึ่งมีน้ำหนักการลงทุนในหุ้น Freeport-McMoRan (FCX)  ในกองทุนหลักอยู่ที่ประมาณ 4.88%


Source: Freeport-McMoRan, Seeing Alpha
Data as of: February 09, 2026


ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
เนื่องจากกองทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งอาจไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวนผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
ผลการดำเนินงานในอดีต ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต



















 

กรอกข้อมูลเพื่อให้เราติดต่อกลับ