LAND AND HOUSES FUND MANAGEMENT CO.,LTD

ข่าวสารและกิจกรรม

มุมมองการลงทุน





สรุปภาวะตลาดในสัปดาห์ที่ผ่านมา
 
Budget 250bn (เบิกจ่าย 5 ปี) ที่ senate เพิ่งผ่านไป จะเน้นเพิ่มความสามารถให้ US ในการแข่งขันกับจีนด้าน tech และวิทยาศาสตร์ เช่น อวกาศหลักๆแบ่งเป็น 190bn สำหรับ R&D และอีก 52bn สำหรับภาคการผลิตในประเทศซึ่งจะเน้นไปที่การพัฒนา semiconductorในข่าวระบุว่า bill มีการพูดถึงการลงโทษจีนจากการละเมิดสิทธิ์มนุษยชน, การหาต้นตอ COVID และการบอยคอตโอลิมปิกฤดูหนาว 2022 Bill ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาใน House
นายกรัฐมนตรีพล.อ.ประยุทธ์ ได้ให้ข้อมูลจากการแถลงข่าวในช่วงเย็นวันพุธที่ผ่านมาว่าจะสามารถฉีดวัคซีนได้ในระดับที่เกิดภูมิคุ้มกันหมู่หรือประมาณ 50 ล้านคนได้ภายใน 120 วัน และจะเปิดประเทศให้รับนักท่องเที่ยวเข้ามาในไทยได้
ศบค. ได้มีมติที่จะผ่อนคลายมาตรการล้อกดาวน์ ซึ่งจะทำให้มีการทำกิจกรรมนอกบ้านได้เพิ่มขึ้นรวมถึงพื้นที่กรุงเทพด้วย โดยคาดว่าจะทำให้เริ่มมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้นจากการใช้ชีวิตที่ใกล้เคียงปกติประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐต่างๆ ที่จะช่วยให้มีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
Fed คงนโยบายการเงินเดิมตามคาด แต่มีท่าที Hawkish ขึ้นกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก โดย Dot plot ชี้ดอกเบี้ยจะปรับขึ้น 2 ครั้งภายในปี 2023 จากเดิมที่ชี้ว่าจะยังไม่ปรับขึ้นตลอดจนสิ้นปี 2023
EIA รายงานสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง -8 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 466 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา (11 มิ.ย.) มากกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่เพียง -3 ล้านบาร์เรล โดยหลักมาจากความต้องการใช้น้ำมัน (Gasoline Demand) ที่ฟื้นตัวต่อเนื่องหลังสหรัฐฯ เริ่มผ่อนคลายมาตรการ Lockdown ในขณะที่ได้รับแรงสนับสนุนจากการเข้าสู่ช่วง Driving Season (เม.ย. - ส.ค.) ของสหรัฐฯด้วยเช่นกัน

ปัจจัยที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้

 
การประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งคาดว่า จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% นอกจากนี้ กนง. จะมีการเปิดเผยประมาณการเศรษฐกิจชุดใหม่ด้วย ซึ่งได้ส่งสัญญาณว่าจะปรับ GDP ลงจากที่คาดไว้เดิมที่ 3.0% ในปีนี้ หลังเกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกสามในประเทศ
การประชุมของ BoE ที่ตลาดคาดว่าจะคงนโยบายการเงินเดิมทั้งวงเงินการเข้าซื้อสินทรัพย์ที่ GBP895bn และอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.1% ทั้งนี้ ในการประชุมเมื่อเดือน พ.ค. BoE ได้ลดอัตราการเข้าซื้อสินทรัพย์ลงจาก GBP4.4bn/สัปดาห์ เป็น GBP3.4bn/สัปดาห์ ท่ามกลางสถานการณ์ COVID-19 ที่คลี่คลาย และจะนำไปสู่การผ่อนปรนมาตรการ Lockdown ส่วนใหญ่นับตั้งแต่เดือน มิ.ย. โดยคาด BoE จะคงอัตราการเข้าซื้อสินทรัพย์ที่ระดับดังกล่าวไปก่อน
ปัจจัยการเมืองในประเทศที่เริ่มพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญและอาจจะมีการตามมาซึ่งการเลือกตั้งใหม่ได้ โดยจากข้อมูลในอดีตนั้นก่อนและหลังเลือกตั้งนั้นจะมีผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ในระดับที่มีนัยสำคัญ

ความเห็นผู้จัดการกองทุน



จากแนวโน้มการเปิดประเทศรวมถึงการฉีดวัคซีนที่มีความคืบหน้าในระดับที่ดีพอสมควรจึงเห็นว่าหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการเปิดประเทศและการกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ หรือ Reopening Theme Stock นั้นมีแนวโน้มที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาดได้ในระยะกลางถึงยาว ประกอบกับจากที่ตลาดเริ่มคลายความกังวลของการเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจากการที่ FED จะเริ่มใช้นโยบายเข้มงวดทางการเงินที่มีความชัดเจนของระยะเวลาแล้วนั้นทำให้คาดว่าอัตราผลตอบแทนจะยังคงไม่เพิ่มขึ้นในระดับที่เร็วมากนักรวมถึงการที่ระดับราคาของสินค้าโภคภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นมาในระดับที่สูงมากแล้วจึงทำให้มีแรงขายทำกำไรออกมาบ้าง แต่อย่างไรก็ตามยังคงมองว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์บางอย่างจะยังคงสามารถอยู่ในระดับที่สูงได้จากปัจจัยพื้นฐานทั้งด้านดีมานและซัพพลาย ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมากองทุนภายใต้การจัดการของ LHFUND ก็ได้มีการปรับเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Reopening และลดในกลุ่มของ Commodity ลงเล็กน้อย โดยกองทุนที่แนะนำยังคงเห็นว่า LHGROWTH และ LHSELECT รวมถึงกองทุนประเภทลดหย่อนภาษีได้แก่ LHSMARTDSSF ยังคงเหมาะสมกับการลงทุนในช่วงนี้อยู่เนื่องจากมีการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ รวมถึงได้มีการเพิ่มหุ้นในกลุ่ม Reopening เข้าไปเพื่อให้สอดคล้องกับมุมมองที่ดีขึ้นของหุ้นกลุ่มนี้จากการเริ่มฉีดวัคซีนของไทย ส่วนกอง LHMSFL นั้นยังคงแนะนำให้เข้าลงทุนได้เช่นเดิมเนื่องจากยังคงเห็นแนวโน้มของการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของหุ้นขนาดกลางและเล็กที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าหุ้นกลุ่มขนาดกลางและเล็กจะยังคงให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาดเช่นเดิมแต่ให้รอจังหวะในการเข้าลงทุน 

โดยแนวรับของตลาดที่เหมาะกับการเข้าลงทุนนั้นคือช่วงระดับของ SET Index ที่ระดับ 1,580 - 1,600   จุด ส่วนผู้ที่มีการลงทุนในหุ้นอยู่แล้วให้ถือต่อไปได้หรืออาจจะทยอยขายทำกำไรบางส่วนที่ระดับ 1,640 – 1,650 จุด ได้ แต่อย่างไรก็ตามถ้ามีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของ SET Index จากปัจจัยการเปิดประเทศอาจจะทำให้ดัชนีขึ้นไปที่ระดับ 1,680 – 1,700 ได้

ที่มา LHFund วันที่ 18 มิ.ย. 64
ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน