LAND AND HOUSES FUND MANAGEMENT CO.,LTD

ข่าวสารและกิจกรรม

สรุปภาวะตลาด



"ถึงเวลาลงทุนในไต้หวัน รับเมกะเทรนด์ AI และโอกาสจากหุ้นปันผลสูง"

ไต้หวัน’ หัวใจของห่วงโซ่อุปทานที่เศรษฐกิจโลกขาดไม่ได้
 
ไต้หวันเป็นผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และซัพพลายเชน โดยมีบทบาทสำคัญในทุกช่วงของห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การออกแบบชิป (IC Design) การผลิต (Foundry) ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดโลกสูงถึง 63.8% ไปจนถึงการบรรจุภัณฑ์และทดสอบ (IC Packaging & Testing) ที่มีส่วนแบ่ง 58.6% โดยมีเทคโนโลยี AI  เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตสำคัญ เนื่องจาก AI เป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ระดับโลกที่มีพัฒนาการต่อเนื่อง โดยคาดว่า อุตสาหกรรม AI จะเติบโตเฉลี่ย 17.3% ต่อปี และมีมูลค่าการผลิตแตะระดับ 3.68 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2034 จึงคาดว่า ไต้หวันจะได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวดังกล่าวไปด้วย

นอกจากนี้ ไต้หวันยังมีปัจจัยเชิงโครงสร้างที่สนับสนุนความสามารถในการแข่งขัน ได้แก่ การลงทุนด้าน R&D ที่สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก โดยคิดเป็น 3.39% ของ GDP การมีเสถียรภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งด้วยทุนสำรองระหว่างประเทศอันดับ 6 ของโลก และมีระบบการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ โดยไต้หวันติดอันดับ 9 ด้านคุณภาพการศึกษา ที่เน้นหนักด้าน STEM หรือ Science (วิทยาศาสตร์) Technology (เทคโนโลยี) Engineering (วิศวกรรมศาสตร์) และMathematics (คณิตศาสตร์) ซึ่งเป็นรากฐานหลักของการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรมอย่างยั่งยืน ส่งผลให้ไต้หวันมีแนวโน้มที่จะรักษาความเป็นผู้นำในการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าไว้ได้

ลงทุนในตลาดหุ้นไต้หวัน… รับโอกาสจากตลาดที่เติบโตและเงินปันผลที่สูง

 
1. พัฒนาการของน้ำหนักในดัชนี MSCI Emerging ที่เพิ่มขึ้นของไต้หวัน
ซึ่งเกิดจากเม็ดเงินลงทุนที่หลั่งไหลเข้าสู่ไต้หวันสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญในตลาดทุนโลกอย่างชัดเจน ด้วยน้ำหนักในดัชนี MSCI Emerging Markets Index ที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 19.2% ในปี 2024 ซึ่งเติบโตเฉลี่ย 9% ตลอด 14 ปีที่ผ่านมา
 
2. อัตราการจ่ายเงินปันผลของตลาดไต้หวันจัดอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก
โดยตลาดหุ้นไต้หวันมีจุดเด่นในด้านการจ่ายเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับตลาดโลก สะท้อนถึงศักยภาพของบริษัทในประเทศที่มีการเติบโตและสร้างผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นได้อย่างต่อเนื่อง
จากกราฟ Dividend Yields ของตลาดหุ้นโลก พบว่าไต้หวันมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ยอยู่ที่ 3.38% ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสูงกว่าหลายตลาดสำคัญ อาทิ สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ สะท้อนถึงภาพตลาดที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่งและวินัยในการจ่ายปันผลของภาคธุรกิจ




3. Valuation ที่น่าสนใจ   
Valuation ของ TWSE อยู่ในกลุ่มที่ไม่ได้ถูกประเมินสูงเกินไปเมื่อเทียบกับตลาดพัฒนาแล้ว เช่น MSCI World และ S&P 500 ซึ่งสะท้อนว่าไต้หวันยังคงมีโอกาสสำหรับการลงทุนระยะยาวที่น่าสนใจ เมื่อพิจารณาจาก Forward 12-Month P/E ของ TWSE อยู่ที่ 15.7 เท่า และยังมีช่วงการประเมินมูลค่าที่อยู่ในกรอบสมเหตุสมผล อยู่ในช่วง +-1SD สะท้อนว่าราคาก็ไม่ได้สูงเกินไปเมื่อเทียบกับอดีต



ขณะที่ เมื่อพิจารณากลุ่มหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งมีน้ำหนักกว่า 40% ของตลาดหุ้นไต้หวัน จะเห็นได้ว่าไต้หวันยังคงมีศักยภาพการลงทุนในเชิงเปรียบเทียบ โดยมี PEG Ratio ที่ 0.93 สะท้อนสถานะ Undervalued อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับสหรัฐฯ ที่มี PEG สูงถึง 1.53 บ่งชี้ถึงความคุ้มค่าในเชิงพื้นฐานของหุ้นเทคโนโลยีไต้หวัน ทั้งในมิติของการเติบโตและระดับมูลค่าที่เหมาะสม

ทำไมช่วงเวลานี้ จึงเป็นช่วงสำคัญในการลงทุนในไต้หวัน


1. การเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของไต้หวันยังคงสดใส
เศรษฐกิจไต้หวันในปี 2024 ขยายตัวแข็งแกร่งที่ 4.3% สูงกว่าคาดการณ์เดิมที่ 3.5% และเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021 ขณะที่แนวโน้มปี 2025 ยังคงเป็นบวก โดย Goldman Sachs คาดการณ์ GDP ไต้หวันขยายตัวที่ 2.6% ซึ่งยังเหนือกว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (Developed Markets) ที่คาดไว้เพียง 1.6% ในปีเดียวกัน ตอกย้ำภาพของไต้หวันในฐานะประเทศเศรษฐกิจสำคัญที่สามารถเติบโตได้ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัย ได้แก่ แนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางในยุโรปและสหรัฐฯ การกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงรอบของจีน ความต้องการอัปเกรดและเปลี่ยนสินค้ารุ่นใหม่ และการเติบโตของเทคโนโลยี AI โลกที่ยังแข็งแกร่ง

2. กระแส AI หนุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน
การเปิดตัวของ DeepSeek นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรม AI โดยช่วยลดต้นทุนการพัฒนาโมเดล และเร่งการใช้งาน AI ในภาคธุรกิจให้แพร่หลายยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้าน Cloud และ Data Center ที่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัย ขณะที่ ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ของโลกยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนต่อเนื่อง สะท้อนว่า AI ยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักของการเติบโตเชิงโครงสร้าง
คาดว่า ตลาดเซมิคอนดักเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI จะเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 24% ต่อปีจนถึงปี 2030 สะท้อนศักยภาพระยะยาวของอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ ไต้หวัน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของโลก
หนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีแนวโน้มเติบโตสูง คือ ASIC (Application-Specific Integrated Circuit) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการประมวลผล AI เฉพาะทาง และการฝึกโมเดล LLM ขนาดใหญ่
การมาของโมเดลใหม่อย่าง DeepSeek ที่เน้น ประสิทธิภาพสูงควบคู่กับต้นทุนที่คุ้มค่า กำลังเร่งให้เกิดความต้องการ ชิป ASIC เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการประมวลผลที่รวดเร็วและประหยัดพลังงาน นับเป็นโอกาสสำคัญของผู้ผลิตชิประดับโลกในห่วงโซ่อุปทานของไต้หวัน




3. Fund Flow เริ่มไหลกลับไปยัง Dividend ETFs สะท้อนความเชื่อมั่นต่อหุ้นปันผลไต้หวัน ท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก
จากกราฟ ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กระแสเงินลงทุนไหลเข้าสู่ Dividend ETFs ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเร่งตัวชัดเจนในช่วงหลัง โดยเฉพาะในสัปดาห์ล่าสุดที่มีเงินไหลเข้าสูงกว่า ETF ประเภทอื่นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่หันกลับมาให้ความสำคัญกับหุ้นที่มีรายได้สม่ำเสมอและเสถียรภาพของกระแสเงินสด
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น ท่ามกลางสภาวะตลาดโลกที่เผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าระหว่างประเทศและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์





การไหลเข้าสะสมที่ชัดเจนนี้ ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อหุ้นปันผลไต้หวัน ซึ่งโดดเด่นในด้านการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอจากบริษัทที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ที่สามารถตอบโจทย์ทั้ง ‘รายได้ประจำ’ และ ‘การเติบโตในระยะยาว’ ไปพร้อมกัน เช่นเดียวกันกับผลตอบแทนรวมแบบสัมพัทธ์ (Relative Total Return Index) ของหุ้นในไต้หวันระหว่าง ‘กลุ่มที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลสูง’กับ ‘กลุ่มที่จ่ายปันผลต่ำ’ ตั้งแต่ปี 2021 ถึงต้นปี 2025 สะท้อนภาพได้ชัดเจนว่า
กลยุทธ์เน้นหุ้นปันผลสูงสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่าง ‘เหนือกว่าอย่างต่อเนื่อง’ โดยเฉพาะตั้งแต่ต้นปี 2024 เป็นต้นมา จากกราฟแสดงให้เห็นว่า หุ้นปันผลสูง Outperform หุ้นปันผลต่ำอย่างมีนัยสำคัญ และยังรักษาทิศทางเชิงบวกท่ามกลางภาวะตลาดที่เต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอนในระดับมหภาค ความเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับกระแสเงินลงทุน (fund flow) ที่ไหลเข้าสู่ Dividend ETFs ในไต้หวันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำภาพความแข่งแกร่งของหุ้นปันผลไต้หวันที่ให้โอกาสในการลงทุนที่เหนือกว่าหุ้นอื่นๆ ในตลาดเดียวกัน




สรุป
เศรษฐกิจไต้หวันยังคงแข็งแกร่งด้วยคาดการณ์อัตราการเติบโต GDP ที่ 2.6% ในปี 2025 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศพัฒนาแล้วที่ 1.6% โดยมี เทคโนโลยีโดยเฉพาะอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันกระแส AI ยังคงหนุนดีมานด์ในกลุ่มชิปเฉพาะทางอย่างต่อเนื่อง เสริมด้วยกระแส Fund Flow ที่ไหลกลับเข้า Dividend ETFs สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อหุ้นไต้หวันที่มีความมั่นคงและจ่ายปันผลสม่ำเสมอ ทั้งนี้ Goldman Sachs คาดว่า ดัชนี TAIEX มีโอกาสปรับตัวขึ้นถึงระดับ 25,500 จุด ภายในปี 2025 สะท้อนมุมมองบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและตลาดทุนของไต้หวันในระยะกลาง
 
ข้อเสนอแนะการลงทุน
ตลาดหุ้นไต้หวันยังคงเคลื่อนไหวในแนวโน้มขาขึ้น สะท้อนแรงซื้อที่ยังแข็งแกร่ง ขณะที่ ปัจจัยพื้นฐานระยะยาวของตลาดยังคงโดดเด่น นำโดยการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง จากแรงหนุนของการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลกซึ่งไต้หวันเป็นประเทศที่มีบทบาทในห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ ตลากไต้หวันนับว่า เป็นตลาดหนึ่งที่จ่ายปันผลสูงที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดที่พัฒนาแล้วอื่นๆ สะท้อนความยั่งยืนของโครงสร้างตลาดหลักทรัพย์ของไต้หวัน
 
ดังนั้น จากกราฟแนวรับของ TAIEX จะอยู่ที่ 22,919 จุด ซึ่งหากมองจาก ณ Index ปัจจุบัน ณ วันที่ 27 มี.ค. ซึ่งอยู่ที่ 22,273 จุด จึงหมายถึงระดับแนวรับนี้สามารถย่อลงมาอีกเพียงประมาณ 6% ณ เวลานี้ จึงเป็นโอกาสในการเข้าทยอยซื้อ โดยเราแนะนำให้ทยอยเพิ่มการลงทุนใน LHTWGHD ซึ่งเป็นกองทุนที่ไม่เพียงลงทุนในตลาดที่มีอนาคตอย่างไต้หวัน แต่ยังเน้นคัดเลือกหุ้นคุณภาพที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลโดดเด่น ด้วยกลยุทธ์ ‘ทยอยเข้าซื้อ’ เพื่อรับโอกาสจากแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไต้หวัน และเสริมความมั่นคงให้กับพอร์ตผ่านหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงจับตามาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางตลาดในระยะถัดไป






ทั้งนี้ กองทุน LHTWGHD เป็นกองทุนที่มีนโยบายลงทุนหุ้นที่จดทะเบียนหลักทรัพย์ในตลาดไต้หวัน โดยเราแนะนำให้เพิ่มการลงทุนในไต้หวันเป็น 5-10% ของ Portfolio และตั้งจุด Stop Loss ที่ 10% จากราคาทุน
 
โดยหลังจากวันที่ 2 เ.ม.ย. ซึ่ง reciprocal tariff มีผลบังคบใช้ เราจะมีรายงานอัพเดทความคืบหน้าฉบับต่อไป
 
Source: Bloomberg, Goldman Sachs, CTBC


"TIP Customized Taiwan Growth and High Dividend Index is calculated by TIP. TIP does not sponsor, endorse or promote this product.”
"All copyright in the index values and constituent list vests in TIP. Land and Houses Fund Management Co., Ltd. has obtained a licence from TIP to use such copyright in the creation of this product."
“Land and Houses Fund Management Co., Ltd. has been licensed by TIP to use TIP Customized Taiwan


ผลการดำเนินงานในอดีต ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน ไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
เนื่องจากกองทุน ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
 

กรอกข้อมูลเพื่อให้เราติดต่อกลับ