สรุปภาวะตลาด


"ติดตามผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น หากส่งสัญญาณเร่งขึ้นดอกเบี้ย
จะกดดันตลาดหุ้นในระยะสั้น"

ตลาดหุ้นยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดย S&P500 และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 2.7% และ 4.8% ตามลำดับ โดยได้รับแรงหนุนจากการที่นักลงทุนคาดว่าดอกเบี้ยสูงสุดรอบนี้ของ FED จะอยู่เพียง 4.75%-5% หลังเงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐฯ เดือนธันวาคม ติดลบ 0.1% mom ลดลงรายเดือนครั้งแรกในรอบ 2 ปีครึ่ง ตามราคาพลังงานที่ลดลง เงินเฟ้อที่ลดลงทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 2 และ 10 ปี ลดลงมาอยู่ที่ 4.2% และ 3.5% ตามลำดับ เช่นเดียวกับ Dollar Index ที่อ่อนค่ามาอยู่ที่ 102 จุด นอกจากเงินเฟ้อที่ลดลงแล้ว รายได้และกำไรไตรมาส 4/2565 ที่ดีกว่าคาดของธนาคารส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ เช่น JP Morgan, Bank of America และ BlackRock เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้น เนื่องจากช่วยลดความกังวลด้านลบจากเศรษฐกิจถดถอย
ด้านผลตอบแทนกองทุนรวมตั้งแต่ต้นปีพบว่า ESPO ETF และ SOXX ETF ซึ่งเป็นกองทุนหลักของกองทุน LHESPORT และ LHSEMICON ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7% และ 12% ตามลำดับ ขณะที่ ARKK ETF ที่เป็นสัดส่วนการลงทุนหลักของ LHINNO เพิ่มขึ้น 18% ส่วน IYG ETF ที่เป็น
กองทุนหลักของ LHUSFIN ปรับเพิ่มขึ้น 7%

- ติดตามผลประกอบการไตรมาส 4/2565 ของบริษัทต่างๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ โดยของไทยกลุ่มธนาคารจะทยอยประกาศในสัปดาห์นี้
- ผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น และยอดขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ

- สัปดาห์นี้เราให้ความสำคัญกับผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น หากส่งสัญญาณเร่งขึ้นดอกเบี้ย จะกดดันตลาดหุ้นในระยะสั้น เนื่องจากจะทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรเพิ่มขึ้นทั่วโลก
- ระยะสั้น คาดนักลงทุนจะให้ความสำคัญกับผลประกอบการณ์ไตรมาส 4/2565 และ มุมมองในอนาคตของผู้บริหาร มากขึ้น ทำให้ราคาหุ้นจะเคลื่อนไหวตามปัจจัยเฉพาะตัวเป็นหลัก และความผันผวนอาจมากขึ้น
- ระยะกลางยาว ด้วยตลาดหุ้นต่างประเทศที่ปรับตัวลงแรงในปีที่แล้วจนทำให้ Valuation ลดลงค่อนข้างมาก จึงมองเป็นโอกาสในการทยอยสะสมเมื่อตลาดปรับตัวลง เนื่องจากดอกเบี้ยทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลง
- หุ้นไทย แม้นักท่องเที่ยวต่างชาติ และการเลือกตั้งที่คาดเกิดขึ้นภายในช่วงกลางปี จะช่วยหนุนการบริโภค แต่ด้วยการที่ SET Index ปัจจุบันอยู่ใกล้ 1,700 จุดแล้ว ทำให้เราแนะนำกองทุน LHSTRATEGY ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดความเสี่ยงในช่วงตลาดผันผวน แต่สร้างผลตอบแทนเหนือตลาดในตลาดขาขึ้นได้
- หุ้นเวียดนาม แนะนำทยอยลงทุนระยะยาว 5 ปี ขึ้นไป สำหรับกองทุน LHVN เพื่อเติบโตไปกับเศรษฐกิจเวียดนาม
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่มีแนวโน้มลดลง ช่วยหนุนการลงทุนในตราสารหนี้ระยะกลางยาว เราแนะนำกองทุน LHGINCOME รวมถึง Property funds, REITs และ Infrastructure funds กองทุนแนะนำ LHTPROP และ LHPROPINFRA-D
ที่มา LHFUND, Bloomberg, CNBC, Investing 15 ม.ค. 66
ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์
ในตลาดทุนมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

