สรุปภาวะตลาด


"เงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนกันยายน จะลดลงมากจนทำให้ FED ชะลอการเหยียบเบรคได้หรือไม่?"

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อทั้งภาคการผลิตและภาคบริการ รวมถึงตำแหน่งงานที่เปิดรับที่ประกาศในช่วงต้นสัปดาห์ต่ำกว่าคาดแสดงถึงการชะลอเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อย่างไรก็ดีการจ้างงานนอกภาคการเกษตร ที่ 263,000 ตำแหน่ง และอัตราการว่างงานที่ลดเหลือ 3.5% ต่ำสุดตั้งแต่เดือนมีนาคม ค.ศ. 2020 แสดงถึงตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงในช่วงต้นถึงกลางสัปดาห์ อย่างไรก็ดีปรับลดลงแรงในคืนวันศุกร์หลังตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง ทำให้นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (“FED”) จะขึ้นดอกเบี้ย 0.75% เป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน ขณะที่ VIX Index ทรงตัวที่ 32 และ Greed & Fear Index ยังอยู่ในโซน Extreme Fear ต่อ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 2 และ 10 ปี และ Dollar Index เพิ่มขึ้นปลายสัปดาห์อยู่ที่ 4.3%, 3.9% และ 113 ตามลำดับ ส่วนตลาดหุ้นเวียดนามลงแรงต่อเนื่อง จากความกังวลการปรับขึ้นดอกเบี้ยและการถูกบังคับขาย (force sell)

- อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนกันยายน (Core CPI 0.5% mom, CPI 0.2% mom)
- ผลประกอบการณ์ไตรมาส 3/2565 ของกลุ่มธนาคารในสหรัฐฯ เช่น CITI, JP Morgan, Morgan Stanley รวมถึงบริษัทขนาดใหญ่เช่น Pepsi, United Health, TSMC เป็นต้น

- คาดระยะสั้นผันผวนสูงต่อไป แต่เป็นโอกาสทยอยลงทุนระยะยาว
- ระยะสั้นตลาดหุ้นยังผันผวนสูง เนื่องจากเงินเฟ้อพื้นฐานกว่า 40% มาจากค่าเช่าที่อยู่อาศัย ที่มีแนวโน้มลดลงอย่างช้าๆ และอาจต้องใช้เวลาอีก 1-2 ไตรมาส ทำให้ FED ยังคงนโยบายดอกเบี้ยสูงต่อเนื่อง ผู้รับความเสี่ยงได้น้อยหรือลงทุนระยะสั้นรอจังหวะลงทุน โดยติดตามอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ และผลประกอบการไตรมาส 3/2565 เป็นหลัก
- ระยะกลางยาวมองเป็นโอกาสในการทยอยสะสม ทั้งกองทุนรวมหุ้น และ SSF, RMF เพื่อลดหย่อนภาษี โดยเฉพาะช่วงประกาศเงินเฟ้อและผลประกอบการไตรมาส 3/2565 เนื่องจาก FED มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่ชะลอลง โดยปัจจัยบวกในระยะถัดไปคือตลาดหุ้นสหรัฐฯ มักปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วง 3-6 เดือนหลังเลือกตั้งสหรัฐฯ กลางเทอม
- ให้น้ำหนักในหุ้นของประเทศที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ และการบริโภค รวมถึงยัง laggard และ valuation ไม่แพงเช่นไทย เวียดนาม กองทุนแนะนำเช่น
- LHSTRATEGY เน้นลงทุนหุ้นไทย โดยมุ่งหวังป้องกันความเสี่ยงขาลงแต่ทำผลตอบแทนที่ดีได้ในตลาดขาขึ้น
- LHVN ลงทุนในหุ้นเวียดนามที่คาดรายได้และกำไรเติบโตสูงต่อเนื่องในระยะกลางยาว
- LHDIVB หุ้นสหรัฐฯ ปันผลสูง และ/หรือ ซื้อหุ้นคืนสูง เหมาะกับการลงทุนช่วงตลาดผันผวน
- LHCYBER หุ้นโลกที่ได้ประโยชน์จากความต้องการด้าน cybersecurity ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในระยะกลางยาว
ที่มา LH FUND, Bloomberg, CNBC, Investing 9 ต.ค. 65
ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

