สรุปภาวะตลาด


“เงินเฟ้อสหรัฐฯ สูงกว่าคาด แต่ทำไมตลาดหุ้นสหรัฐฯ ลงไม่แรง?”

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและพื้นฐานของสหรัฐฯ เดือนมิถุนายนยังคงเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้น 1.3% mom และ 0.7% mom (คาด 1.1% mom และ 0.6% mom) ตามลำดับ โดยมีปัจจัยผลักดันหลักๆ มาจากราคาพลังงาน (+41.6% yoy) ราคาอาหาร (+10.4% yoy) ราคารถมือสอง (+7% yoy) ค่าเช่าที่อยู่อาศัย (+5.6% yoy) เป็นต้น

ตลาดหุ้นหลักๆ ทั้งสหรัฐฯ และยุโรปปรับตัวลดลงเล็กน้อย แม้อัตราเงินเฟ้อจะสูงกว่าคาด แต่ราคาพลังงาน ราคาอาหารในปัจจุบันที่ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้า ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เช่นยอดค้าปลีกพื้นฐานของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น 1% mom ดีกว่าคาดที่ 0.6% mom ค่อนข้างมาก ผลประกอบการไตรมาส 2/2565 ของ Pepsi, United Health และ Citigroup ที่ดีกว่าคาดทั้งรายได้และกำไร เป็นปัจจัยช่วยลดการปรับตัวลงของตลาดหุ้น

- การประชุมธนาคารกลางยุโรป ซึ่งมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ย deposit rate มากกว่า 0.25% เพื่อคุมเงินเฟ้อ
- ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2/2565 และ guidance ของผู้บริหาร ซึ่งหากออกมาดีกว่าคาด จะลดความกังวลผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อและเศรษฐกิจถดถอยของนักลงทุนได้
- ยอดขายบ้านมือสอง (คาด 5.38 ล้านหลัง) และยอดใบอนุญาตการก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ของสหรัฐฯ (คาด 1.65 ล้านหลัง) ซึ่งหากออกมาดีกว่าคาด จะลดความกังวลเศรษฐกิจถดถอย

- สัปดาห์นี้คาดราคาหุ้นของแต่ละบริษัทจะเคลื่อนไหวโดยให้น้ำหนักกับผลประกอบการของบริษัท และมุมมองในช่วงที่เหลือของปีของผู้บริหารเป็นสำคัญ ซึ่งหากดีกว่าคาดจะช่วยหนุนตลาดได้
- อย่างไรก็ตาม มองว่าเศรษฐกิจของทั้งสหรัฐฯ และยุโรป เช่นการจ้างงาน ความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ GDP growth มีแนวโน้มชะลอตัวลง จากการที่ FED ขึ้นดอกเบี้ย และลดสภาพคล่อง เพื่อชะลอเงินเฟ้อฝั่งอุปสงค์ (demand) ลง
- กำไรบริษัทจดทะเบียน Q2/2565 ที่จะทยอยประกาศมีแนวโน้มชะลอตัวลงจาก Q1/2565 ทำให้อาจมีการปรับประมาณการณ์กำไรลง
- แนะนำลงทุนในบริษัทที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง หนี้สินต่ำ หรือบริษัทที่ครึ่งหลังของปีเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัว กำไรมีโอกาสเติบโตต่อ และ valuation ไม่แพง กองทุนแนะนำเช่น
- LHDIVB หุ้นปันผลสูง และ/หรือ ซื้อหุ้นคืนสูง เหมาะกับการลงทุนช่วงตลาดผันผวน
- LHSTRATEGY ลงทุนหุ้นไทย low beta เหมาะกับช่วงที่ตลาดผันผวนสูง
- LHCYBER ความต้องการด้าน cybersecurity ยังคงเพิ่มขึ้นในระยะกลางยาว
- LHCHINA ได้ประโยชน์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การเปิดเศรษฐกิจ
- LHPROPIA สำหรับผู้ลงทุนที่คาดหวังเงินปันผล และลงทุนระยะยาวได้
ที่มา LH Fund 17 ก.ค. 65
ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

