LAND AND HOUSES FUND MANAGEMENT CO.,LTD

ข่าวสารและกิจกรรม

มุมมองการลงทุน



"ตลาดผันผวนสูงต้อนรับ Sell in May นักลงทุนควรทำอย่างไร?"

เกิดอะไรขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างรัสเซียกับยูเครนและชาติพันธมิตร ยังมีการตอบโต้กันไปมาต่อเนื่อง โดยรัสเซียได้เริ่มตัดการนำส่งก๊าซธรรมชาติให้โปแลนด์และบัลแกเรียเมื่อวันพุธ เนื่องจากไม่จ่ายค่าก๊าซธรรมชาติเป็นสกุลเงินรูเบิลของรัสเซีย ขณะที่ผลประกอบการของหลายบริษัทจดทะเบียนของสหรัฐฯ แม้จะมีทั้งบริษัทที่ทำผลประกอบการได้ดีและแย่กว่าคาด แต่ผู้บริหารส่วนใหญ่ให้คาดการณ์แนวโน้มในอนาคตที่ไม่ได้เติบโตสูงมากเหมือนช่วงก่อนหน้า
 
ผลกระทบต่อตลาดเงินตลาดทุน
ตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงส่วนใหญ่ยังปรับตัวลดลงนำโดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลงแรง 3%-4% โดยยังคงได้รับแรงกดดันประเด็นความตึงเครียดรัสเซีย-ยูเครน ที่จะส่งให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงต่อไปอีกระยะ และจากความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในระยะถัดจากนี้
 
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้
ติดตามผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ในคืนวันพุธที่ 4 พ.ค. ตามเวลาไทย ซึ่งตลาดคาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 0.5% ทำให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 0.75%-1% และจะมีการลดสภาพคล่อง (Quantitative Tightening,  “QT”) ลงเดือนละ 95,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
 
มุมมองและกลยุทธ์การลงทุน
  • มองว่านักลงทุนรับรู้การปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.5% ในเดือนพ.ค. และการทำ QT ไปแล้ว โดยหาก FED ให้มุมมองว่า แม้จะขึ้นดอกเบี้ยเร็วในช่วงแรก แต่จะยังคำนึงถึงการเติบโตของเศรษฐกิจควบคู่กันไปด้วย จะทำให้นักลงทุนลดความกังวลลง และ real yield ชะลอการปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดหุ้นกลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้น Sell in May หากเกิดขึ้นแต่โอกาสน้อยที่จะส่งผลต่อตลาดหุ้นน้อยกว่าในช่วงเดือนที่ผ่านมา
  • ตลาดยังคงผันผวนสูง แนะนำกระจายการลงทุน เนื่องจากสามารถเข้ามาช่วยลดความผันผวนของพอร์ทการลงทุนได้ โดยมีกองทุนที่แนะนำได้แก่
  • LHMSFL: หุ้นไทยมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะกลางยาว แต่ในระยะสั้นอาจโดนขายทำกำไรหลัง outperform ตลาดหุ้นอื่นๆ มาตั้งแต่ต้นปี ซึ่งมองว่าเป็นโอกาสในการทยอยเข้าลงทุน
  • LHCYBER: หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากความต้องการด้าน cybersecurity ที่เพิ่มขึ้นและกลุ่ม quality growth ยังน่าสนใจลงทุนในระยะกลางยาว หลังปรับตัวลงมาแรงจน valuation อยู่ในระดับน่าสนใจ
  • LHPROPIA: REITs และ Infrastructure Fund ในเอเชียมีความน่าสนใจจากค่าเช่าที่ปรับเพิ่มได้ตามอัตราเงินเฟ้อ อัตราการเช่าที่เพิ่มสูงขึ้นจากการเปิดเศรษฐกิจ รวมถึง dividend yield ที่อยู่ในระดับสูง 5%-6%
  • LHGOLD: สามารถใช้เป็นสินทรัพย์เพื่อ hedging risks ที่กล่าวไปข้างต้นได้ แนะนำทยอยซื้อเมื่อราคาปรับตัวลดลง


ที่มา LH Fund 1 พ.ค. 65 
ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน