LAND AND HOUSES FUND MANAGEMENT CO.,LTD

ข่าวสารและกิจกรรม

มุมมองการลงทุน





ตลาดในสัปดาห์ที่ผ่านมา และปัจจัยติดตามสัปดาห์นี้
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าโควิดสายพันธุ์ Omicron มีแนวโน้มไม่ได้ส่งผลให้ความรุนแรงและอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น แม้จะแพร่ได้เร็วกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ขณะที่หุ้นญี่ปุ่นและหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่า เนื่องจากเป็นประเทศที่มีรายได้จากการพึ่งพิงรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติในสัดส่วนสูง
ไฮไลท์สัปดาห์นี้ ติดตามผลการประชุม FED ซึ่งคาดว่าจะมีการปรับเพิ่มวงเงินในการลด QE เป็น 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน จากเดิม 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน หลังอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานและทั่วไปเดือนพ.ย. ของสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนกังวลว่า FED จะปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วและมากกว่าคาดอีกครั้ง


มุมมองการลงทุน
ตลาดหุ้น
มองว่าการระบาดของโควิดสายพันธุ์ Omicron จะกระทบกับการขยายตัวของเศรษฐกิจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่มีความเสี่ยงคืออาจทำให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงยาวนานกว่าคาด ดังนั้นหากตลาดปรับตัวลงมองเป็นโอกาสของนักลงทุนระยะกลาง-ยาว ในการทยอยสะสม โดยคาดว่าในปีหน้าหุ้นกลุ่ม value, cyclical และประเทศที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มกลับมาฟื้นตัวได้ดี นอกจากนี้หุ้นกลุ่มที่สามารถผลักภาระต้นทุนที่สูงขึ้นจากเงินเฟ้อไปยังผู้บริโภคได้ ก็มีโอกาสทำผลงานได้ดี
หุ้นจีน (offshore)

คาดมีโอกาส bottom out อย่างช้าในช่วงปลายปี แม้จะยังเห็นการติดตามอย่างใกล้ชิดจากภาครัฐแต่มาตรการที่ออกมาจะมีความ negative surprise ลดลง อย่างไรก็ดีหุ้นจีนมีความผันผวนสูง จึงเหมาะกับผู้ลงทุนระยะยาว
หุ้นไทย
กำไรต่อหุ้นจะดีขึ้นในช่วงถัดจากนี้ จากการกลับมาเปิดเศรษฐกิจเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ซึ่งจะทำให้การบริโภคเพิ่มขึ้น ในระยะสั้นตลาดอาจถูกกดดันจากการระบาดของโควิดสายพันธุ์ Omicron แต่ตลาดรับข่าวไปค่อนข้างมากแล้ว
PF&REITs
คาด REITs เอเชียรวมถึงไทยมี downside risk ค่อนข้างจำกัด จากราคาที่ laggard และการที่จะกลับมาเปิดเศรษฐกิจอัตราเงินปันผลที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับ Global REITs แม้ในระยะสั้นยังโดนกดดันจากการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่

กลยุทธ์การลงทุน และกองทุนที่น่าสนใจ
นักลงทุนระยะสั้นพิจารณาทยอยกลับเข้าลงทุนหากตลาดปรับตัวลงแรงหลังประกาศผลการประชุม FED ส่วนลงทุนระยะกลางยาวพิจารณาใช้โอกาสที่ตลาดหุ้นปรับตัวลงทยอยลงทุน โดยมีกองทุนแนะนำเช่น

LHVN
ลงทุนอย่าง active ในหุ้นเวียดนามผ่านทั้งการลงทุนใน ETFs และลงทุนหุ้นโดยตรง โดยมุ่งหวังให้ได้ผลตอบแทนเหนือกว่าดัชนีชี้วัดในระยะยาว โดยเศรษฐกิจเวียดนามยังคงเติบโตได้ดีหนุนโดยการบริโภคและการลงทุน
LHSEMICON  
ลงทุนในหุ้นที่ทำธุรกิจใน Semiconductor value chain ซึ่งทำรายได้และกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ
LHDIGITAL
ลงทุนในหุ้นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางดิจิตอลตั้งแต่เริ่มจนจบกระบวนการ
LHSMARTDSSF-SSF
สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนหุ้นไทยพร้อมประหยัดภาษี


ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ที่มา LHFund 10 ธ.ค. 64