Loading...
Loading...

Oil–Yield Shock กดดันตลาด แม้ AI Infrastructure ยังมีแรงพยุง - Fed Hike Risk เพิ่มก่อนประชุมกลางสัปดาห์นี้
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผันผวนและปิดลบตลอดสัปดาห์ จากแรงกดดันของ Oil–Yield Shock และ PPI ที่ตอกย้ำความเสี่ยงเงินเฟ้อ แม้ตลาดรีบาวด์ในวันศุกร์หลังราคาน้ำมันย่อตัว แต่ยังไม่เพียงพอชดเชยแรงขายก่อนหน้า ส่งผลให้ Dow Jones -1.6% WoW, S&P 500 -0.8% และ Nasdaq -0.7% โดย Nasdaq ปิดลบเป็นสัปดาห์แรกในรอบ 3 สัปดาห์
• เงินเฟ้อที่ยัง Sticky เพิ่มความเสี่ยง Higher-for-Longer โดย PPI เดือน ส.ค. เพิ่มขึ้น +0.4% MoM และ +5.4% YoY ขณะที่ CPI +0.4% MoM และ +3.4% YoY ตามคาด ส่วน Core CPI +0.3% MoM สูงกว่าคาดเล็กน้อย ส่งผลให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed 25 bps ในการประชุมเดือน ก.ย. สู่ราว 86% และดัน U.S. 2Y Yield ขึ้นเหนือ 4.6% ขณะที่ 10Y Yield เข้าใกล้ 5%
• Oil เป็นแรงกดดันสำคัญต่อ Macro Sentiment โดย Brent เพิ่มขึ้นราว +9% WoW จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่านและความเสี่ยงต่อ Supply ในตะวันออกกลาง แม้ราคาน้ำมันย่อตัวในวันศุกร์หลังอิหร่านเตรียมหารือกับประเทศอ่าวเกี่ยวกับ Strait of Hormuz แต่ระดับราคาที่ยังสูงกว่า USD 100/bbl เพิ่มความเสี่ยงที่ Energy Cost จะส่งผ่านสู่เงินเฟ้อ และทำให้ Fed ต้องคงนโยบายการเงินตึงตัวนานขึ้น
• AI Infrastructure ยังมีแรงพยุงเป็นรายหุ้นในช่วงต้นสัปดาห์ หลังดีล Verizon–Corning และ Amazon–Qualcomm ตอกย้ำว่า AI Capex กำลังขยายจาก GPU ไปสู่ Compute, Networking และ Optical Connectivity อย่างไรก็ตาม เมื่อ Bond Yield และ Fed Hike Expectations ปรับขึ้นแรง หุ้น Tech–Semiconductor เผชิญแรงขายทำกำไรในช่วงปลายสัปดาห์ สะท้อนว่า Earnings Momentum ยังแข็งแกร่ง แต่ Valuation มีความอ่อนไหวต่อทิศทางดอกเบี้ยมากขึ้น
• LHFund มองว่า ตลาดยังเผชิญแรงดึงระหว่าง Earnings Growth กับ Higher Oil–Higher Yield โดย AI และ AI Infrastructure ยังมีโอกาส Outperform ในระยะกลางจากการลงทุนที่ขยายตัวต่อเนื่อง แต่ระยะสั้นความผันผวนมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง เนื่องจากตลาด Price-in Fed Hike มากขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันยังเป็น Upside Risk ต่อเงินเฟ้อและ Bond Yield
ข้อมูล ณ วันที่ 13 ก.ย. 69
แนะนำ จัดพอร์ตแบบ Core–Satellite โดยใช้ Global Equity และ Global Investment Grade Bonds เป็น Core

สำหรับ Satellite Port ใช้ Barbell Strategy ระหว่าง AI และ AI Infrastructure ที่ยังมี Earnings Visibility กับ Healthcare, Gold และ Energy เพื่อกระจายความเสี่ยงจาก Higher-for-Longer ลดความผันผวน และเพิ่มความทนทานของพอร์ตในช่วงที่ทิศทางดอกเบี้ยยังไม่ชัดเจน
พอร์ตเสริมเพิ่มโอกาสและกระจายการลงทุนสู่ธีมเด่นและภูมิภาคที่มีศักยภาพทั่วโลก ผ่าน 3 สไตล์ การลงทุน

Contrarian Strategy คัดเลือกธีมการลงทุนที่ตลาดยังไม่ได้สะท้อนมูลค่า โดยมองหาโอกาสจากปัจจัยพื้นฐาน หรือ Catalyst ที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าในอนาคต
LHDRAM Memory ปรับฐานลงแรง — เปิดจังหวะสะสมรับ AI Demand ระยะยาว กองทุนหลัก ‘DRAM LN ETF’ ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดหลังปรับฐานจากจุดสูงสุดมากกว่า -26% ประกอบกับ Demand ของ HBM, DRAM และ NAND จาก AI Data Center ที่แข็งแกร่ง และ Supply ที่ยังตึงตัว จึงมองเป็นจังหวะทยอยสะสมภายใต้กรอบ Contrarian Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHDRAM ที่ลงทุนในหุ้นกลุ่ม Memory และ Storage ผ่าน ‘กองทุนหลัก’ Defiance Memory UCITS ETF (DRAM LN ETF) เพื่อรับโอกาสจากการฟื้นตัวของ Memory ที่ขับเคลื่อนโดย AI Infrastructure
กรอบการลงทุน กอง Master: Defiance Memory UCITS ETF (DRAM LN ETF) แนวรับ USD 5.77 แนวต้านแรก USD 6.73 แนวต้านที่ 2 USD 7.23 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับ USD 5.77 จะมี Expected Return ประมาณ 16.6% - 25.3%)
LHGOLD ทองคำเริ่มฟื้นหลังปรับฐาน เปิดจังหวะสะสมบน Structural Drivers ที่ยังแข็งแกร่ง กองทุนหลัก ‘GLD ETF’ เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวหลังปรับฐานกว่า -19% จากจุดสูงสุดเมื่อช่วงต้นปี สอดคล้องกับที่ BofA ระบุว่า Fund Flow เริ่มไหลกลับเข้าทองคำ ประกอบกับแรงซื้อจากธนาคารกลางและการกระจายทุนสำรองออกจาก USD ยังคงเป็น Structural Drivers สำคัญ จึงมองเป็นจังหวะทยอยสะสมภายใต้กรอบ Contrarian Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHGOLD กองทุนรวมที่ลงทุนในทองคำผ่าน ‘กองทุนหลัก’ SPDR Gold Shares ETF (GLD)
กรอบการลงทุน กอง Master: SPDR Gold Shares ETF (GLD) แนวรับแรก USD 396.00 แนวรับที่ 2 USD 363.00 แนวต้านแรก USD 436.00 แนวต้านที่ 2 USD 440.00 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับแรก USD 396 จะมี Expected Return ประมาณ 10.1% - 11.1%)
Momentum Strategy คัดเลือกธีมการลงทุนที่อยู่ในช่วงการเติบโตเร่งตัว และได้รับแรงหนุนจากปัจจัยบวกที่ชัดเจน เพื่อสร้างโอกาสจากทิศทางขาขึ้นของธีม
LHGAS FCG ฟื้นตัวใกล้จุดสูงสุดเดิม - Momentum หุ้น Natural Gas กลับมาแข็งแกร่ง กองทุนหลัก ‘FCG ETF’ ปรับขึ้นตามหุ้นผู้ผลิต Natural Gas โดยได้แรงหนุนจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงและความเสี่ยงด้านอุปทานจากตะวันออกกลาง โดย Brent ปิดสัปดาห์เหนือ USD 100/bbl เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลางเดือน พ.ค. และปรับขึ้นราว +9% จึงเหมาะสำหรับการลงทุนตาม Momentum Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHGAS ซึ่งลงทุนใน ‘กองทุนหลัก’ First Trust Natural Gas ETF (FCG) เพื่อเปิดรับโอกาสจาก Momentum ขาขึ้นท่ามกลางความเสี่ยงด้านอุปทานจากตะวันออกกลาง
กรอบการลงทุน กอง Master: First Trust Natural Gas ETF (FCG) แนวรับแรก USD 29.90 แนวรับที่ 2 USD 28.00 แนวต้าน USD 32.85 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับ USD 29.90 จะมี Expected Return ประมาณ 9.9%)
LHCYBER หุ้น Cybersecurity รักษา Momentum - Digital Threat และ AI หนุนการเติบโตระยะยาว กองทุนหลัก ‘CIBR ETF’ ยังเคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้นและยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญ สะท้อน Momentum ที่แข็งแกร่ง โดยได้แรงหนุนจากความต้องการลงทุนด้าน Cybersecurity ที่เพิ่มขึ้นตามการเร่งใช้ Cloud, AI และ Digital Infrastructure จึงเหมาะสำหรับการลงทุนตาม Momentum Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHCYBER ซึ่งลงทุนใน ‘กองทุนหลัก’ First Trust Nasdaq Cybersecurity UCITS ETF (CIBR) เพื่อรับโอกาสจาก Momentum ขาขึ้นของกลุ่ม Cybersecurity
กรอบการลงทุน กอง Master: First Trust Nasdaq Cybersecurity UCITS ETF (CIBR) แนวรับแรก USD 56.09 แนวรับที่ 2 USD 53.90 แนวต้าน USD 64.46 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับ USD 56.09 จะมี Expected Return ประมาณ 14.9%)
(opens in new tab)
Medium-Term Strategy คัดเลือกธีมที่มีศักยภาพเติบโตเชิงโครงสร้างระยะกลาง-ยาว จากเมกะเทรนด์โลกและความสามารถในการแข่งขันที่ยั่งยืน
LHAI
AI เปลี่ยนจากกระแสเทคโนโลยี สู่เครื่องมือขับเคลื่อนประสิทธิภาพของธุรกิจ AI ยังคงเป็นเมกะเทรนด์ระยะยาว โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการนำ AI มาใช้งานจริงในวงกว้าง การลงทุนใน AI Infrastructure และการเติบโตของรายได้ในบริษัทที่เกี่ยวข้อง สะท้อนผ่านกองทุนหลัก ‘CHAT ETF’ ที่ให้ผลตอบแทน YTD +48.12% จึงยังน่าสนใจภายใต้กรอบ Medium-Term Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHAI ลงทุนผ่าน ‘กองทุนหลัก’ Roundhill Generative AI & Technology ETF (CHAT) ซึ่งบริหารแบบ Active Management คัดเลือกบริษัทที่ได้ประโยชน์จาก Generative AI และ AI Infrastructure
กรอบการลงทุน กอง Master: Roundhill Generative AI & Technology ETF (CHAT) แนวรับแรก USD 86.00 แนวรับที่ 2 USD 81.00 แนวต้านแรก USD 95.00 แนวต้านที่ 2 USD 100.00 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับแรก USD 86.00 จะมี Expected Return ประมาณ 10.5%- 16.3%)
LHLONGEVITY การรักษามะเร็งเข้าสู่ยุค Precision Oncology — เปิดโอกาสเติบโตระยะยาว กลุ่ม Oncology ได้แรงหนุนจากการเปลี่ยนผ่านสู่ Precision Oncology ซึ่งช่วยขยายโอกาสทางธุรกิจของผู้พัฒนายามะเร็ง สะท้อนผ่านกองทุนหลัก ‘CANC ETF’ ที่ให้ผลตอบแทน YTD +19.13% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากนวัตกรรมการรักษาและความต้องการดูแลโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น จึงยังน่าสนใจภายใต้กรอบ Medium-Term Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHLONGEVITY ลงทุนใน ‘กองทุนหลัก’ Tema Oncology ETF (CANC) เพื่อเข้าถึงโอกาสจากนวัตกรรมการรักษามะเร็งและความต้องการรักษาโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น
กรอบการลงทุน กอง Master: Tema Oncology ETF (CANC) แนวรับ USD 40.00 แนวต้าน USD 46.52 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับ USD 40.00 จะมี Expected Return ประมาณ 16.3%)
*การวิเคราะห์ทางเทคนิคจะใช้อ้างอิง ETF ที่มี Correlation ใกล้เคียงกับกองทุนดังกล่าว สำหรับกองทุนที่มีการบริหารเชิงรุก (Active) และไม่ใช่ ETF ข้อมูลแนวรับ แนวต้าน และ expected return เป็นการจัดทำโดยฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์การลงทุนมิได้เป็นการรับประกันผลตอบจากการลงทุนแต่อย่างใด
ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
เนื่องจากกองทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งอาจไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวนผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
ผลการดำเนินงานในอดีต ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต