Loading...
Loading...

Higher-for-Longer ยังเป็นแรงกดดัน แต่ตลาดเริ่มแยกผู้ชนะชัดขึ้น AI ยังคงเป็น Market Leadership แม้ 10Y Yield เหนือ 5%
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดสัปดาห์ในแดนบวก แม้เผชิญแรงกดดันจาก Bond Yield ที่ปรับขึ้นหลัง Fed ส่งสัญญาณ Hawkish โดย Dow Jones +0.3% WoW, S&P 500 +1.2% และ Nasdaq +2.1% ขณะที่ Nasdaq ยังคงทำ Record High สะท้อนว่าเม็ดเงินยังไหลเข้าสู่กลุ่ม Technology และ AI อย่างต่อเนื่อง
• ปัจจัยสำคัญของสัปดาห์คือ U.S. 10Y Yield ที่ทะลุ 5% และแตะ 5.22% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 หลัง PMI และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่งเกินคาด หนุนมุมมองว่า Fed อาจคงดอกเบี้ยในระดับสูงนานขึ้น ส่งผลให้ความสนใจของตลาดเปลี่ยนจาก "Fed จะขึ้นดอกเบี้ยอีกหรือไม่" เป็น "Bond Yield จะอยู่ในระดับสูงนานแค่ไหน“
• แม้ Yield จะปรับขึ้นแรง แต่หุ้น Technology และ AI ยังคงเป็นผู้นำตลาด โดยแรงซื้อขยายไปยังกลุ่ม Semiconductor และ AI Infrastructure สะท้อนว่า AI Theme ยังได้รับแรงหนุนต่อเนื่อง
• ขณะที่ราคาน้ำมันยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางตลาด โดยความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านช่วยลดแรงกดดันด้าน Supply ในช่วงปลายสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม Brent ที่ยังเคลื่อนไหวเหนือ USD 100/bbl ยังคงเป็น Upside Risk ต่อเงินเฟ้อและนโยบายการเงินในระยะข้างหน้า
• ความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงการขยาย Trade Truce ออกไปอีก 2 เดือน เป็นปัจจัยบวกต่อ Sentiment โดยเฉพาะกลุ่ม Technology, AI และ Semiconductor แม้ตลาดยังต้องติดตามรายละเอียดด้าน Tariffs และ Critical Minerals อย่างใกล้ชิด
LH Fund มองว่า Earnings Growth และการลงทุนด้าน AI ยังช่วยพยุงตลาด ขณะที่ Higher-for-Longer ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อ Valuation โดย Bond Yield และราคาน้ำมันจะยังเป็นตัวแปรหลักที่กำหนด Momentum ของตลาดในระยะสั้น
ข้อมูล ณ วันที่ 26 ก.ย. 69
แนะนำจัดพอร์ตแบบ Core-Satellite โดยใช้ Global Equity และ Global Investment Grade Bonds เป็น Core

สำหรับ Satellite Port ใช้แนวคิด Barbell ระหว่าง AI และ Healthcare ขณะที่ Financials เป็นอีกธีมที่ได้รับประโยชน์จากภาวะ Higher-for-Longer โดย AI ได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้าน Infrastructure ขณะที่ Financials ได้ประโยชน์จากภาวะ Higher-for-Longer ส่วน Healthcare ช่วยเพิ่มความ Defensive ให้พอร์ต ท่ามกลางความผันผวนของ Bond Yield และทยอยสะสมมากกว่าการเพิ่มน้ำหนักในครั้งเดียว
พอร์ตเสริมเพิ่มโอกาสและกระจายการลงทุนสู่ธีมเด่นและภูมิภาคที่มีศักยภาพทั่วโลก ผ่าน 3 สไตล์ การลงทุน

Contrarian Strategy คัดเลือกธีมการลงทุนที่ตลาดยังไม่ได้สะท้อนมูลค่า โดยมองหาโอกาสจากปัจจัยพื้นฐาน หรือ Catalyst ที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าในอนาคต
LHUSFIN
IYG พักฐาน เปิดจังหวะสะสม ท่ามกลางปัจจัยพื้นฐานที่ยังแข็งแกร่ง กองทุนหลัก ‘IYG ETF’ ปรับตัวลดลงราว -5.85% นับจากจุดสูงสุดช่วงต้นเดือน ก.ย. โดยเป็นการพักฐานหลังจากปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานของกลุ่ม Financial Services ยังไม่เปลี่ยนแปลง โดยภาวะ Higher-for-Longer ช่วยหนุนรายได้ดอกเบี้ยของสถาบันการเงิน ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐที่ยังขยายตัวช่วยหนุนกิจกรรมในตลาดทุน จึงมองเป็นจังหวะทยอยสะสมภายใต้กรอบ Contrarian Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHUSFIN ซึ่งลงทุนใน ‘กองทุนหลัก’ iShares U.S. Financial Services ETF (IYG) เพื่อรับ Momentum ของหุ้นการเงินสหรัฐฯ ที่ได้แรงหนุนจากเศรษฐกิจแข็งแกร่งและแนวโน้มดอกเบี้ยสูง
กรอบการลงทุน กอง Master: iShares U.S. Financial Services ETF แนวรับแรก USD 92.00 แนวรับที่ 2 USD 89.60 แนวต้านแรก USD 98.00 แนวต้าน ที่ 2 USD 104.00 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับแรก USD 92.00 จะมี Expected Return ประมาณ 6.5% -13.0%)
Momentum Strategy คัดเลือกธีมการลงทุนที่อยู่ในช่วงการเติบโตเร่งตัว และได้รับแรงหนุนจากปัจจัยบวกที่ชัดเจน เพื่อสร้างโอกาสจากทิศทางขาขึ้นของธีม
LHDRAM
DRAM LN ETF รักษา Momentum เชิงบวก รับแรงหนุนจาก AI Memory Cycle กองทุนหลัก ‘DRAM LN ETF’ ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดและกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันและ 50 วันได้อีกครั้ง สะท้อนการกลับมาของ Momentum เชิงบวก หลังผ่านช่วงปรับฐานในรอบก่อน ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานยังได้รับแรงหนุนจาก Demand ของ HBM, DRAM และ NAND ที่เติบโตตามการลงทุน AI Data Center รวมถึง Supply ที่ยังอยู่ในภาวะตึงตัว ซึ่งสนับสนุนแนวโน้มผลประกอบการของกลุ่ม Memory ในระยะถัดไป จึงเหมาะสำหรับการลงทุนตาม Momentum Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHDRAM ที่ลงทุนในหุ้นกลุ่ม Memory และ Storage ผ่าน ‘กองทุนหลัก’ Defiance Memory UCITS ETF (DRAM LN ETF) เพื่อรับโอกาสจากการฟื้นตัวของ Memory ที่ขับเคลื่อนโดย AI Infrastructure
กรอบการลงทุน กอง Master: Defiance Memory UCITS ETF (DRAM LN ETF) แนวรับ USD 5.77 แนวต้านแรก USD 6.73 แนวต้านที่ 2 USD 7.23 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับ USD 5.77 จะมี Expected Return ประมาณ 16.6% - 25.3%)
Medium-Term Strategy คัดเลือกธีมที่มีศักยภาพเติบโตเชิงโครงสร้างระยะกลาง-ยาว จากเมกะเทรนด์โลกและความสามารถในการแข่งขันที่ยั่งยืน
LHAI
AI เปลี่ยนจากกระแสเทคโนโลยี สู่เครื่องมือขับเคลื่อนประสิทธิภาพของธุรกิจ AI ยังคงเป็นเมกะเทรนด์ระยะยาว โดยได้รับแรงหนุนจากการนำ AI ไปใช้งานจริงในภาคธุรกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การลงทุนใน AI Infrastructure ตลอดจนการเติบโตของรายได้และกำไรของบริษัทที่เกี่ยวข้อง สะท้อนผ่านผลการดำเนินงานของกองทุนหลัก ‘CHAT ETF’ ที่ให้ผลตอบแทน YTD +53.97% จึงยังน่าสนใจภายใต้กรอบ Medium-Term Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHAI ลงทุนผ่าน ‘กองทุนหลัก’ Roundhill Generative AI & Technology ETF (CHAT) ซึ่งบริหารแบบ Active Management คัดเลือกบริษัทที่ได้ประโยชน์จาก Generative AI และ AI Infrastructure
กรอบการลงทุน กอง Master: Roundhill Generative AI & Technology ETF (CHAT) แนวรับแรก USD 84.40 แนวรับที่ 2 USD 81.00 แนวต้านแรก USD 92.00 แนวต้านที่ 2 USD 100.00 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับแรก USD 84.40 จะมี Expected Return ประมาณ 9.0% - 18.5%)
LHLONGEVITY
การรักษามะเร็งเข้าสู่ยุค Precision Oncology เปิดโอกาสเติบโตระยะยาว กลุ่ม Oncology ได้รับแรงหนุนจากการเปลี่ยนผ่านสู่ Precision Oncology ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาและเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้กับผู้พัฒนายา สะท้อนผ่านกองทุนหลัก ‘CANC ETF’ ที่ให้ผลตอบแทน YTD +19.04% โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความก้าวหน้าของนวัตกรรมการรักษา การพัฒนายารุ่นใหม่ และความต้องการรักษาโรคมะเร็งที่ซับซ้อนซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจึงยังน่าสนใจภายใต้กรอบ Medium-Term Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHLONGEVITY ลงทุนใน ‘กองทุนหลัก’ Tema Oncology ETF (CANC) เพื่อเข้าถึงโอกาสจากนวัตกรรมการรักษามะเร็งและความต้องการรักษาโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น
กรอบการลงทุน กอง Master: Tema Oncology ETF (CANC) แนวรับแรก USD 40.00 | แนวรับที่ 2 USD 38.40 แนวต้านแรก USD 42.48 แนวต้านที่ 2 USD 46.52 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับ USD 40.00 จะมี Expected Return ประมาณ 6.2% -16.3%)
*การวิเคราะห์ทางเทคนิคจะใช้อ้างอิง ETF ที่มี Correlation ใกล้เคียงกับกองทุนดังกล่าว สำหรับกองทุนที่มีการบริหารเชิงรุก (Active) และไม่ใช่ ETF
ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
เนื่องจากกองทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งอาจไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวนผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
ผลการดำเนินงานในอดีต ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต