Loading...
Loading...

Higher-for-Longer ยังกดดัน — ตลาดเริ่มแยกผู้ชนะ ขณะที่ AI ต้องพิสูจน์ Earnings รองรับ Valuation
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดสัปดาห์ในแดนบวก โดย Dow Jones +0.9% WoW, S&P 500 +1.2% และ Nasdaq +0.6% หลังหุ้น AI และ Semiconductor หนุนดัชนีทำ Record High ช่วงต้นสัปดาห์ ก่อนเผชิญแรงขายจากความกังวล AI Valuation และฟื้นตัวในวันศุกร์ นำโดย Software, Cybersecurity และ Healthcare สะท้อนว่าเม็ดเงินยังหมุนเวียนในตลาด แต่เลือกลงทุนมากขึ้น
• ปัจจัยสำคัญของสัปดาห์คือ U.S. 10Y Yield แตะ 5.365% ระหว่างสัปดาห์ หลัง Fed Minutes ส่งสัญญาณอาจขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งภายในสิ้นปี แม้ผลประมูลพันธบัตรที่แข็งแกร่งช่วยให้ Yield ผ่อนลงมาบ้าง แต่ Higher-for-Longer ยังเป็นแรงกดดันต่อ Valuation
• AI ยังคงเป็นธีมสำคัญ โดยแรงหนุนขยายจาก Semiconductor และ Data Center ไปสู่ Power Infrastructure หลัง Google ลงนามสัญญาซื้อไฟฟ้านิวเคลียร์ระยะยาวจาก Constellation Energy อย่างไรก็ตาม ความกังวลต่อรายได้ OpenAI แม้เกี่ยวข้องกับวิธีคำนวณ แต่กระตุ้นให้ตลาดตั้งคำถามต่อความคุ้มค่าของ AI Capex และเลือกบริษัทที่สร้างรายได้และกำไรได้ชัดเจนมากขึ้น
• Sector Rotation ช่วยพยุงตลาดเมื่อหุ้น AI ถูกขาย ขณะที่ Healthcare โดดเด่นจากปัจจัยเฉพาะบริษัท สะท้อนว่าโอกาสลงทุนยังมี แต่แรงซื้อไม่ได้กระจายอย่างสม่ำเสมอทั่วตลาด
• ราคาน้ำมันยังเป็นตัวแปรสำคัญ โดย Brent ปิดสัปดาห์ที่ USD 104.72/bbl หลังพุ่งจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แม้ข่าวเพิ่มอุปทานดีเซลและน้ำมันสำเร็จรูปช่วยคลายความกังวลระหว่างวัน แต่ Supply Risk และผลกระทบจากพายุในอ่าวเม็กซิโกยังหนุนราคาพลังงาน เพิ่มความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อและทิศทางนโยบายการเงิน
LH Fund มองว่า Earnings Growth ยังช่วยพยุงตลาด ขณะที่ Bond Yield และราคาน้ำมันเป็นตัวแปรหลักต่อ Momentum โดยตลาดจะจับตา Earnings Season สัปดาห์นี้ เพื่อประเมินกำไรที่รองรับ Valuation
ข้อมูล ณ วันที่ 10 ต.ค. 69
แนะนำจัดพอร์ตแบบ Core-Satellite โดยใช้ Global Equity และ Global Investment Grade Bonds เป็น Core

สำหรับ Satellite เน้นกระจายโอกาสลงทุนระหว่าง AI และนวัตกรรม Healthcare พร้อมเลือกลงทุนใน Financials โดยพิจารณา ทยอยสะสมมากกว่าเพิ่มน้ำหนักครั้งเดียว
พอร์ตเสริมเพิ่มโอกาสและกระจายการลงทุนสู่ธีมเด่นและภูมิภาคที่มีศักยภาพทั่วโลก ผ่าน 3 สไตล์ การลงทุน

Contrarian Strategy คัดเลือกธีมการลงทุนที่ตลาดยังไม่ได้สะท้อนมูลค่า โดยมองหาโอกาสจากปัจจัยพื้นฐาน หรือ Catalyst ที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าในอนาคต
LHUSFIN
IYG พักฐาน เปิดจังหวะสะสม ท่ามกลางปัจจัยพื้นฐานที่ยังแข็งแกร่ง กองทุนหลัก IYG ETF ปรับตัวลดลงราว -6.37% จากจุดสูงสุดช่วงต้นเดือน ก.ย. หลังปรับขึ้นต่อเนื่องก่อนหน้า ขณะที่มุมมองระยะยาวต่อกลุ่ม Financial Services ยังได้รับแรงสนับสนุนจากโอกาสสร้างรายได้ดอกเบี้ยและกิจกรรมในตลาดทุน โดยสัปดาห์นี้ธนาคารขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ เริ่มทยอยประกาศผลประกอบการ จึงมองการปรับฐานเป็นจังหวะทยอยสะสมตามแนวทาง Contrarian Strategy
เราขอแนะนำ กองทุน LHUSFIN ซึ่งลงทุนใน ‘กองทุนหลัก’ iShares U.S. Financial Services ETF (IYG) เพื่อรับโอกาสจากการฟื้นตัวของหุ้นการเงินสหรัฐฯ
กรอบการลงทุน กอง Master: iShares U.S. Financial Services ETF แนวรับ USD 89.60 | แนวต้าน USD 98.00 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับแรก USD 89.60 จะมี Expected Return ประมาณ 9.4%)
Momentum Strategy คัดเลือกธีมการลงทุนที่อยู่ในช่วงการเติบโตเร่งตัว และได้รับแรงหนุนจากปัจจัยบวกที่ชัดเจน เพื่อสร้างโอกาสจากทิศทางขาขึ้นของธีม
LHSEMICON
SOXX ETF รักษาแนวโน้มฟื้นตัว รับแรงหนุนจาก AI Infrastructure Cycle กองทุนหลัก SOXX ETF ฟื้นตัวจากฐานช่วงเดือน ก.ย. ก่อนพักตัวระยะสั้น โดยแนวโน้มระยะกลางยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัว ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานของกลุ่ม Semiconductor ยังได้รับแรงหนุนจากการลงทุน AI Data Center ซึ่งสนับสนุนความต้องการชิปประมวลผลและชิปที่เกี่ยวข้องกับ AI Infrastructure จึงเหมาะสำหรับการลงทุนตามแนวทาง Momentum Strategy ด้วย Conviction ต่อการเติบโตระยะยาวของอุตสาหกรรม Semiconductor เราขอแนะนำ กองทุน LHSEMICON ที่ลงทุนในหุ้นกลุ่ม Semiconductor ผ่านกองทุนหลัก iShares Semiconductor ETF (SOXX) เพื่อรับโอกาสจากการเติบโตของอุตสาหกรรมชิปที่ขับเคลื่อนโดย AI Infrastructure
กรอบการลงทุน กอง Master: iShares Semiconductor ETF (SOXX) แนวรับแรก USD 528.00 แนวรับที่ 2 USD 490.00 | แนวต้านแรก USD 595.50 แนวต้านที่ 2 USD 618.50 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับแรก USD 528.00 จะมี Expected Return ประมาณ 12.8% - 17.1%)
Medium-Term Strategy คัดเลือกธีมที่มีศักยภาพเติบโตเชิงโครงสร้างระยะกลาง-ยาว จากเมกะเทรนด์โลกและความสามารถในการแข่งขันที่ยั่งยืน
LHAI
AI เปลี่ยนจากกระแสเทคโนโลยี สู่เครื่องมือขับเคลื่อนประสิทธิภาพของธุรกิจ AI กำลังขยายบทบาทจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสู่การใช้งานจริงในภาคธุรกิจ ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนาบริการใหม่ เปิดโอกาสสร้างรายได้และกำไรให้บริษัทตลอดห่วงโซ่ และเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาว ขณะที่กองทุนหลัก CHAT ETF ให้ผลตอบแทน YTD +52.71% จึงยังน่าสนใจภายใต้กรอบ Medium-Term Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHAI ลงทุนผ่าน ‘กองทุนหลัก’ Roundhill Generative AI & Technology ETF (CHAT) ซึ่งบริหารแบบ Active Management คัดเลือกบริษัทที่ได้ประโยชน์จาก Generative AI และ AI Infrastructure
กรอบการลงทุน กอง Master: Roundhill Generative AI & Technology ETF (CHAT) แนวรับแรก USD 84.40 แนวรับที่ 2 USD 81.00 | แนวต้านแรก USD 92.00 แนวต้านที่ 2 USD 100.00 (หากเข้าซื้อบริเวณแนวรับแรก USD 84.40 จะมี Expected Return ประมาณ 9.0% - 18.5%)
LHLONGEVITY
การรักษามะเร็งเข้าสู่ยุค Precision Oncology เปิดโอกาสเติบโตระยะยาว กลุ่ม Oncology กำลังขับเคลื่อนสู่ Precision Oncology ผ่านการพัฒนายาและนวัตกรรมที่มุ่งรักษามะเร็งได้ตรงจุดมากขึ้น เปิดโอกาสเติบโตให้ผู้พัฒนาการรักษา ท่ามกลางความต้องการที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่กองทุนหลัก CANC ETF ให้ผลตอบแทน YTD +16.89% จึงยังน่าสนใจภายใต้กรอบ Medium-Term Strategy Conviction
เราขอแนะนำ กองทุน LHLONGEVITY ลงทุนใน ‘กองทุนหลัก’ Tema Oncology ETF (CANC) เพื่อเข้าถึงโอกาสจากนวัตกรรมการรักษามะเร็งและความต้องการรักษาโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น
กรอบการลงทุน กอง Master: Tema Oncology ETF (CANC) แนวรับแรก USD 40.00 | แนวรับที่ 2 USD 38.40 แนวต้านแรก USD 42.48 แนวต้านที่ 2 USD 45.12
*การวิเคราะห์ทางเทคนิคจะใช้อ้างอิง ETF ที่มี Correlation ใกล้เคียงกับกองทุนดังกล่าว สำหรับกองทุนที่มีการบริหารเชิงรุก (Active) และไม่ใช่ ETF
ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
เนื่องจากกองทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งอาจไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวนผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
ผลการดำเนินงานในอดีต ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต