Loading...
Loading...

ท่ามกลางกระแสที่ทุกคนโฟกัสไปที่สมอง (ชิป) และหน่วยความจำ (Memory) ของ AI มีอีกหนึ่งชิ้นส่วนที่ขาดไม่ได้ คือ เส้นประสาทที่เชื่อม GPU นับแสนตัวเข้าด้วยกัน เพราะเมื่อคลัสเตอร์ AI ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าเชื่อมต่อกันด้วย Bandwidth ไม่พอ พลังประมวลผลมหาศาลก็ไร้ความหมาย และ Coherent คือผู้นำของโครงสร้างชั้นนี้
หุ้นที่อยู่ "ใจกลาง" ของการเชื่อมต่อ AI
Coherent (NYSE: COHR) เป็นผู้นำด้านออปติกส์และโฟโตนิกส์ระดับโลก ผลิตหัวใจของการเชื่อมต่อในดาต้าเซ็นเตอร์ AI ได้แก่ Optical Transceiver ความเร็วสูง (800G และ 1.6T), Optical Circuit Switch (OCS), Co-Packaged Optics (CPO) โดยกลุ่ม Networking สร้างรายได้ 65-75% ของรายได้ทั้งหมด รวมถึงวัสดุต้นน้ำอย่าง Indium Phosphide (InP) ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญของชิปแสง จุดเด่นคือ Coherent เป็นพันธมิตรในระบบนิเวศออปติกส์ของ NVIDIA (NVIDIA-backed) ซึ่งได้ประโยชน์โดยตรงจากการที่ดาต้าเซ็นเตอร์ AI ต้องเดินสายเชื่อม GPU จำนวนมหาศาลด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นทุกรุ่น
ปัจจัยพื้นฐานที่รองรับ: ผลประกอบการเร่งตัว
โมเมนตัมนี้สะท้อนในตัวเลขจริง โดยไตรมาสล่าสุด (Q3 ปีบัญชี 2026) Coherent ทำรายได้ 1.81 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 21% YoY เหนือคาด กำไรต่อหุ้น (Non-GAAP) อยู่ที่ 1.41 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 56% YoY และอัตรากำไรจากการดำเนินงานขยายเป็น 20.3% จุดที่แข็งแกร่งที่สุดคือกลุ่ม Data Center ที่โต 37% YoY (และ 13% QoQ) พร้อม Book-to-Bill สูงกว่า 4 เท่า สะท้อนว่าคำสั่งซื้อไหลเข้ามามากกว่าการส่งมอบถึง 4 เท่า อย่างไรก็ดี ต้องจับตางบ Q4 ปีบัญชี 2026 วันที่ 12 ส.ค. 2026 นี้ เพื่อยืนยันการเติบโตของรายได้และกำไร
ทำไม Optical คือ คอขวดถัดไป
ทุกครั้งที่คลัสเตอร์ AI ขยายขนาด จำนวนการเชื่อมต่อระหว่างชิปจะเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ ทำให้ความต้องการ Transceiver ความเร็วสูงพุ่งขึ้นเร็วกว่าตัวชิปเสียอีก โดยอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนผ่านจากมาตรฐาน 800 Gigabit/s สู่ 1.6 Terabit/s (เร็วขึ้น 2 เท่า)
และนี่คือจุดที่ Coherent ได้เปรียบ:
1. Coherent ระบุว่าการเพิ่มกำลังการผลิต 1.6T เกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้มาก และที่สำคัญคือ อัตรากำไรของโมดูล 1.6T สูงกว่า 800G จึงหนุนทั้งรายได้และมาร์จิ้นพร้อมกัน
2. ภาวะขาดแคลน Indium Phosphide (InP) เป็นคอขวดของทั้งอุตสาหกรรม แต่ Coherent มีจุดแข็งจากความสามารถในการเร่งสายการผลิต InP ขนาด 6 นิ้ว ซึ่งจะได้เปรียบคู่แข่งในระยะยาว
มุมมองการลงทุน:
· ระยะสั้น (1–3 เดือน): ผันผวนตาม Sentiment ของกลุ่มชิป/AI และ Valuation ที่ตึงตัว ทำให้ราคาดิ่ง 14.2% ในคืนเดียว จุดจับตา คือ งบ 4Q26 วันที่ 12 ส.ค. 26 และความคืบหน้าการแก้คอขวด InP
· ระยะกลาง (6–18 เดือน): ได้แรงหนุนจากการเพิ่มกำลังการผลิต Optical Transceiver 1.6T ที่เร่งตัว (มาร์จิ้นสูงกว่า 800G), Book-to-Bill >4 เท่า และกำลังการผลิตใหม่ในมาเลเซีย/เวียดนามที่ทยอยเปิด เมื่อคลัสเตอร์ AI ใหญ่ขึ้น ความต้องการ Bandwidth เชื่อมต่อจะเพิ่มแบบทวีคูณ ทำให้ออปติกส์เป็นหนึ่งในคอขวดเชิงโครงสร้าง
กลยุทธ์และกองทุนแนะนำ
จากข้อมูล Coherent สะท้อนว่าผู้ผลิตโครงสร้างพื้นฐานในชั้นเครือข่ายและออปติกส์ก็เป็นผู้ได้ประโยชน์โดยตรงจากงบลงทุน AI เช่นเดียวกับชั้นชิป หน่วยความจำ และระบบไฟ โดย Coherent เป็นหุ้นที่อยู่ในกองทุน LHAI (ความเสี่ยงระดับ 6) ซึ่งลงทุนในกองทุนหลัก Roundhill Generative AI & Technology ETF (CHAT) โดยมีสัดส่วนหุ้น Coherent ที่ 1.83% เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม Networking & Optical (ข้อมูล ณ วันที่ 09.08.2026)
ด้วยลักษณะที่ผันผวนสูงและ Valuation ที่ตึงตัว การลงทุนผ่านกองทุนจึงช่วย "กระจายความเสี่ยงรายตัว" ได้ดีกว่าการถือหุ้นเดี่ยว โดยกอง LHAI เหมาะเป็นการลงทุนส่วนเสริม (Satellite) ควบคู่กับกองทุนหลัก (Core) และแนะนำทยอยลงทุนแบบ DCA
ที่มา: Product Strategy, LHFund, Coherent, Futurum, SDxCentral, Roundhill CHAT holding, The Motley Fool as of 11.08.26
ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน เนื่องจากกองทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งอาจไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวนผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ ผลการดำเนินงานในอดีต ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต



Nebius Group เป็นชื่อที่นักลงทุนสาย AI Infrastructure พูดถึงมากขึ้น